Chijon Family แก๊งตลาดล่างฆ่าคนแล้วกิน!!

เรื่องราวของมนุษย์ผู้ที่กินมนุษย์ด้วยกัน แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นฆาตกรยังเป็นเหล่าวัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
โปรดทำใจก่อนอ่าน เพราะมันจะทำให้คุณสะพรึงไปกับพฤติกรรมของพวกเขา

Chijon Family

 

ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่ค่ายเพลงแบบ จอห์นนีแฟมิลี่ แต่นี่มันคือแก๊งที่รวมเด็กวัยรุ่นวัยไล่เลี่ยกันที่มีปัญหาให้มาอยู่ร่วมกัน เมื่อวัยรุ่นที่มีปัญหามาอยู่ร่วมกัน ความบรรลัยก็บังเกิด Chijon Family ลงหลักปักฐานสร้างความ “เรือหาย” อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มาตั้งแต่ปี 1993 สมาชิกแก๊งประกอบไปด้วย ชายหนุ่ม 7 คน ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ยังมีสาววัยรุ่นร่วมด้วยอีก 1 คน แก๊งนี้นำโดย ชายหนุ่มอายุ 26 (หัวหน้าเด็กนี่หว่า) นามว่า Kim Ki-hwan พร้อมกับสมาชิกแก๊งที่มีความคิดเหมือนกันคือ “เกลียดชังคนรวย” ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะส่งต่อความสุขให้กับพวกคนรวย นั่นคือการ “ฆ่า”!!!

 

 

แก๊งนี้จะจัดการคนรวยทุกคนที่พบเจอ วิธีการคือลักพาตัวแล้วเรียกค่าไถ่จากครอบครัว แต่ถ้าทำแค่นั้นก็คงจะไม่ติดอันดับ เหยื่อทุกคนหลังจากที่ได้เงินค่าไถ่แล้ว จะถูกทรมานด้วยความสนุกสนานจนพอใจแล้วจัดการฆ่าทิ้ง หลังจากฆ่าทิ้งแล้ว เหยื่อคนไหนที่ดู่าทางน่ากินก็จะถูกพวกนี้จัดการ “โซ้ย” ซะ โดยอ้างว่าที่กินเนื้อเหยื่อเพราะจะช่วยทำให้กล้าหาญ ไม่กลัวอะไร จากนั้นก็ทำลายหลักฐานด้วยการนำร่างของเหยื่อไปเผาในเตาเผาขยะแถวๆ รังโจรนั่นเอง

 

 

หลังจากก่อกรรมทำเข็ญมาได้ 1 ปีกว่า ก็ถึงวันที่เกมโอเวอร์ เมื่อเหยื่อสาวหนึ่งรายที่ถูกจับมาทรมาน หนีรอดออกมาแจ้งตำรวจ เธอเล่าว่า ถูกทั้งแก๊งข่มขืน และบังคับให้เธอยิงชายนักธุรกิจที่ถูกจับมาอีกคน บังคับให้เธอหิ้วศีรษะของเพื่อนชายที่ถูกพวกนี้ฆ่า

เมื่อถูกจับกุมได้ทั้งแก๊ง หนึ่งในสมาชิกยังกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ผมรู้สึกโกรธปนเสียใจ ผมเพิ่งรู้ว่าผมไม่สามารถที่จะฆ่าคนรวยทุกคนบนโลกนี้ได้”

ในปี 1994 สมาชิกแก๊งที่เป็นผู้ชายทั้ง 7 คน ถูกศาลตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี โทษประหารถูกส่งถึงพวกเขาในเดือนพฤศจิกายนปีถัดมา เป็นการชดใช้กรรมที่ได้ทำไป

THAINOWS.NET

ซุ้มมือปืน เสนอ…..ทีมฆ่าคาราโอเกะ EP.2

คนเราทำชั่วมาร้อยครั้ง ทำความดีแค่ครั้งเดียวยังไงก็ไม่อาจลบล้างได้
ดีส่วนดี เลวส่วนเลว…….

หลังจากเหตุการณ์ดวลปืนกันสนั่นคาราโอเกะผ่านไปหลายปี ผมไม่ได้ข่าวไอ้สมชาย หรือไอ้แจ่ม ณ เรืองศรี มือปืนที่หนีคดีครั้งนั้นอีกเลย ซึ่งตอนนั้นถึงผมจะอยู่ในเหตุการณ์คืนล้างเลือดนั่นด้วย แต่ผมก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับไอ้สมชายแต่อย่างใด
เส้นทางมือปืนของมันที่คอยรับใช้นาย ก็เปรียบเสมือนหมาหมามีเจ้าของ ผิดกับผมที่เป็นมือปืนรับจ้างไม่ขึ้นตรงกับใคร ทำงานตามใบสั่ง คงเปรียบได้กับหมาป่าไม่มีเจ้าของกระมัง เราเดินคนละเส้นทางไม่มีความแค้นอะไรกัน เวลาผ่านไปถูกอย่างก็ถูกลืมเลือน………

แต่ทว่าเหมือนยมบาลจับคู่ให้ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

เมื่อสองถึงสามปีก่อนนี่เอง ตอนผมมาจบงานที่กรุงเทพ วันนึงผมนึกถึงรุ่นพี่มิตรสหายท่านนึง รุ่นพี่ท่านนี้ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในกลุ่มนักเลงชื่อดังระดับตำนาน แกสนิทกับเฮียเจ้าของซุ้มมังกร และแวะไปมาหาสู่กันบ่อย ทำให้ผมได้รู้จักมักคุ้นแกไปด้วย
ชื่อของรุ่นพี่ท่านนี้ ผมเรียกเขาว่า พี่แก้ว…. ซึ่งถ้าจะเรียกชื่อในวงการจริงๆ ชื่อเต็มๆของเขาคือ แก้ว ไบเล่ย์
พี่แก้ว ไบเล่ย์ ท่านนี้คืออดีตสมาชิกของแก๊งค์ไบเล่ย์ แก๊งค์ชื่อดังในสมัย2499 ปัจจุบันแกวางมือจากวงการนักเลงและวงการมาเฟียมานานแล้ว แต่นับว่ายังเป็นที่นับถือในความรอบรู้และหูตากว้างไกลอยู่ เพราะจะมีคนในวงการแวะเวียนมาหาแกเสมอๆ

เมื่อผมมีเวลาว่าง ผมก็จะแวะไปหาแกที่บ้านแถวซอยวังหลังเสมอๆ มาคราวนี้เมื่อได้เจอกัน ผมสวัสดีทักทายพี่แก้ว พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ซักพัก พี่แก้วก็เริ่มเล่าเรื่องข่าวคราวในวงการที่แกได้ยินมาในหลายๆเรื่อง เล่าไปเล่ามา มีเรื่องนึงที่ทำให้ผมถึงกับชะงักไปชั่วครู่ เพราะเรื่องนี้ทำให้ผมได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่มันไปเกี่ยวโยงกับคดียิงกันที่คาราโอเกะเมื่อหลายปีก่อนอีกครั้ง
พี่แก้วเล่าว่า ตอนนี้กำลังมีพวกขาใหญ่แถวภาคเหนือมาจ้างพวกมือปืนหน้าใหม่และพวกบอดดี้การ์ดปลายแถว ไปช่วยคุมซ่องแถวอุดรกันเยอะ เพราะตอนนี้ที่นั่นธุรกิจน้ำกามกำลังเฟืองฟู หญิงสาวชาวลาวที่ข้ามมาทำงานแต่ละคนหน้าตาผิวพรรณดีมาก ทำเอาเป็นที่เล่าขานกันปากต่อปาก
ขนาดพวกหนุ่มๆสายตีที่กรุงเทพถ้ามีโอกาศยังต้องนั่งเครื่องบินไปตามหาลายแทงในช่วงวันหยุดเยอะแยะไปหมด……..

คนในวงการรู้กันดีว่า ถ้าจ้างพวกมือปืนปายแถวหรือไอ้พวกเด็กกระโปกนักเลงมือใหม่พวกนี้ไปทำงานแล้วล่ะก็ มันต้องมีมือดีคอยควบคุมไม่ให้ไอ้พวกนี้นอกลู่นอกทาง ด้วยความสงสัยผมจึงถามพี่แก้วไปว่า แล้วที่นั่นเอามือดีที่ไหนมาคอยคุมงาน?
พี่แก้วเอ่ยปากตอบผมมาทันทีว่า ไอ้สมชาย หรือไอ้แจ่ม เรืองศรี จากซุ้มนครชัยศรี ตอนนี้มันหนีคดีไปเป็นขาใหญ่ให้เจ้าพ่อน้ำกามแถวอุดรได้ซักพักแล้ว………..

เมื่อผมได้ยินชื่อนี้เข้า เหตุการณ์ในวันนั้นมันผุดขึ้นมาในหัวของผมทันที ไอ้แจ่ม เรืองศรี หรือไอ้สมชาย มึงนี่หนีไปไกลถึงอุดรเชียวรึเนี่ย ในใจผมยังนึกขำ
แต่ที่ทำให้ผมขำไม่ออก คือสิ่งที่พี่แก้วเล่าให้ผมฟังต่อจากนั้น…
พี่แก้วบอกผมว่า…นี่มึงรู้มั้ยตอนไอ้สมชายมันหนีคดีไปช่วงแรกๆ ตอนตำรวจไปตามสืบหาตัวมัน สืบไปสืบมาจึงรู้ว่า เด็กในร้านคาราโอเกะในวันนั้น มีคนนึงเป็นเมียเก็บของไอ้สมชายอยู่ในร้านนั้นด้วย…
ทีนี้นังเด็กพม่านั่นพอโดนตำรวจเค้นหนักๆเข้า มันก็พูดออกมาหมดเปลือกเลย เรื่องที่อยู่ ที่กบดาน เรื่องเงินที่ไอ้สมชายมันซ่อนไว้ และที่อยู่ ที่ไอ้สมชายมันน่าจะไปหลบซ่อนตัว ไอ้สมชายนี่มันโง่ พอเมาทีไรมันชอบเล่นนู่นเล่านี่ให้เด็กมันฟัง พอตำรวจรู้แบบนี้แล้ว ทีนี้ทำงานง่ายเลย ตามล่าไอ้สมชายแทบจะเป็นเงาเป็นเหงื่อที่ข้างหูเลย แต่ไอ้สมชายนี่กูนับถือมันนะ ถือว่ามันดวงดีมากเลย มันเอาตัวรอดตำรวจได้หวุดหวิดจนสามารถไปหลบอยู่ที่ลาวได้เป็นปีๆ พอเรื่องเงียบลงมันจึงค่อยข้ามกลับมารับงานอยู่ที่อุดรในตอนนี้…

แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นนะ พี่แก้วเล่าต่อ….. ทีนี้พอไอ้สมชายมันข้ามกลับมาฝั่งไทยได้ เหมือนมันแค้นนังเมียพม่าคนนี้มากที่ไปช่วยตำรวจให้มาล่ามัน เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ มีเพื่อนกูมาบอกว่า ไอ้สมชายมันแกะรอยออกตามหานังเมียพม่าของมันคนนี้จนเจอ จากนั้นมันจัดการมัดมือมัดเท้าแล้วยิงเมียมันทิ้ง แล้วก็ยิงเพื่อนร่วมห้องเมียมันที่มาเห็นเหตุการณ์ไปอีกสองคนด้วย รวมแล้วมันเก็บไปสามศพ! แล้วเอาศพทั้งสามคนไปฝังดินทำลายหลักฐาน หนึ่งในนั้นมีนังหนูที่เป็นฉนวนเหตุให้เสี่ยหน่อยกับเสี่ยโบ๊ะยิงกันตายด้วยนะ!!
ไอ้ห่านี่ใจมันเหี้ยมดีจริงๆ ยอมเสี่ยงกลับมาฆ่าเมียเก็บของมันทั้งๆที่ตำรวจยังจ้องเล่นงานมันอยู่ได้ เรื่องความรักความแค้นเรืองหัวใจนี่ กูเห็นทำคนฉิบหายมาเยอะแล้วนะ…..
พอพี่แก้วเล่ามาถึงตรงนี้ ผมถึงกับช็อคไปชั่วขณะ เรื่องมันฆ่าเมียมันผมไม่ได้สนใจอะไรหรอก แต่เรื่องที่มันฆ่าสาวอีกสองคนที่มาเห็นเหตุการณ์ไปด้วยนี่สิ และเมื่อรู้ว่าน้องจอย เด็กพม่าสาวสวยในวันนั้นที่เป็นต้นเหตุให้สองเสี่ยยิงกันตาย โดนไอ้สมชายมันฆ่าตายไปด้วยเป็นความจริงหรือนี่…

ผมจึงถามพี่แก้วให้แน่ชัดว่าเรื่องนี้จริงแท้แน่หรือ แล้วพี่แก้วรู้มาได้ยังไง ว่าไอ้สมชายมันฆ่าฝังดิน3สาวชาวพม่า เพราะถ้าคนในวงการอย่างพี่แก้วรู้ ตำรวจก็น่าจะรู้เหมือนกัน ป่านนี้เป็นข่าวดังไปแล้วสิ
พี่แก้วอธิบายต่อว่า….เรื่องนี้ที่เขารู้เพราะไอ้สมชายมันจ้างเด็กดูต้นทางที่เป็นลูกน้องของเพื่อนแกอีกที คนอื่นไม่รู้กันหรอก เด็กพวกๆนี้มันมาทำงานแล้วก้ข้ามกลับไปบ้านที่พม่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่าจริงๆพวกมันโดนฆ่าหมกป่าไปแล้ว……
พอฟังถึงตรงนี้ผมรู้ชัดแล้ว ว่าเรื่องนี้คงจริงแน่นอน!!
ไอ้สมชายมันฆ่าเมียเก็บมันคนนึง อีกคนคือน้องจอยเด็กเสี่ยหน่อยและเสี่ยโบ๊ะ….แล้วอีกคนนึงที่โดนฆ่าตายคือใครล่ะ??
พอคิดได้เท่านั้น อยุ่ดีๆใจผมก็หล่นวูบไปถึงตะตุ่มทันที!!!
ไอ้สัส!! หรือเด็กอีกคนคือน้องลี่ เด็กประจำที่ผมชอบแวะเวียนไปหาที่ร้านในบ่อยๆรวมถึงคืนวันนั้นด้วย!!!!!

เป็นมันคำถามที่ค้างคาใจผมมาก ผมจึงรีบล่ำลากับพี่แก้วแล้วตีรถกลับจันทบุรีทันที และเมื่อผมกลับถึงบ้าน ผมจึงเริ่มไปคุ้ยหาเบอร์เก่าๆของน้องลี่ เด็กพม่าที่ผมเคยเป็นลูกค้าประจำที่ร้านคาราโอเกะต้นเรื่อง เพื่ออยากจะโทรไปหาให้หายกังวล ว่าน้องลี่คงไม่ตกเป็นเหยื่อล้างแค้นของไอ้สมชายไปด้วย?…
ผมค้นหาอยู่สักพัก จนในที่สุดก็ไปเจอสมุดจดเบอร์โทรศัพท์เก่าๆ จึงรีบโทรศัพท์ไปหาน้องลี่ทันที……

เมื่อกดโทรออกไป……

ปลายสายมีแต่ความว่างเปล่า…….

หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ…………………

ตอนเกิดเรื่องยิงกันที่ร้านใหม่ๆ ร้านโดนสั่งปิดตายยาวๆ เด็กๆหมอนวด ต่างคนต่างย้ายร้านไปทำงานกันที่อื่น ผมได้ข่าวน้องลี่ครั้งสุดท้ายตอนเธอบอกว่าจะไปทำงานที่ร้านเกะแถวๆกาญจนบุรี
ตัวผมเดินทางสายมือปืนแบบนี้ โทรศัพท์เปลื่ยนเบอร์บ่อยเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว น้องลี่ถึงอยากจะโทรหาผมก็ไม่รู้เบอร์แน่นอน มีแต่ผมที่เป็นฝ่ายโทรไป แต่เมื่อเธอไปอยู่ไกลขึ้น พอไม่เจอกันนานๆ ขาดการติดต่อกันไปนานๆเข้า เมื่อผมก็ไปเที่ยวในที่แห่งใหม่ ไปเจอสาวๆบริการดีๆที่ร้านใหม่ ก็เลยเริ่มลืมเลือนกันไป…..
แต่เมื่อมาได้ข่าวแบบนี้ ด้วยความที่อดีตเคยเป็นลูกค้าประจำกันมา เคยพูดคุยกันถูกคอ ได้ลิ้มรสสัมผัสเด็กสาววัยแรกแย้มจนเรียกได้ว่าถ้าใครใจไม่แข็งพอคงหลงรักเธอไปแล้ว ทำเอาตอนนี้จิตใจเริ่มร้อนรน จนความเป็นห่วงเก่าๆความคิดถึงเก่าๆเริ่มกลับมา
ในขณะนั้นเองผมเหลือบไปมองในสมุดทำให้นึกขึ้นได้ว่ามีเบอร์ของมาม่าซังจดไว้อยู่ด้วย อย่างที่บอกไป ด้วยความที่ผมเป็นลูกค้าประจำในสมัยก่อน จึงสนิทกับมาม่าซังเป็นอย่างดี ผมจึงรีบโทรไปตามเบอร์นั้นทันที!

ฮัลโหล นั่นมาม่าซังใช่มั้ย!!

เมื่อมาม่าซังทักตอบกลับมารู้ว่าเป็นผม คุยถามไถ่กันได้ไม่กี่คำ ผมร้อนใจรีบถามหาน้องลี่ทันที

อีลี่ อีจอย กับอีบี(เมียเก็บไอ้สมชาย) มันหนีออกจากร้านไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว อยู่ดีๆมันก็หนีหายไปดื้อๆ ข้าวของยังทิ้งไว้ที่ห้องอยู่เลย ทำเอาฉันต้องไปจ้างคนมาขนของพวกมันเอาไปทิ้ง อีเด็กห่าพวกนี้นึกจะไปก็ไป ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ป่านนี้มันหนีกลับไปมีผัวอยู่ที่พม่าแล้วมั้งเฮีย……

สิ้นเสียงมาม่าซังที่พูดยังไม่ทันจบประโยค ผมตัดสายทิ้งด้วยอารมณ์คุกรุ่น ภาพในนโมจิตเห็นเป็นสภาพน้องลี่คนสวยโดนฆ่าฝังดิน เป็นอะไรที่น่าเศร้าใจอยู่ลึกๆ

ความเงียบภายในบ้านนั้น มันช่างเงียบสงบวังเวงอย่างเหลือเชื่อ คงได้ยินแต่เสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะเพียงเท่านั้น………

บัดนี้รู้แน่ชัดแล้วว่า ไอ้สมชายมันฆ่าใครไปบ้าง…….

ผมไม่เคยฆ่าใคร ถ้าไม่ได้เงิน และน้อยครั้งมากที่ผมจะเกิดความแค้นขึ้นมาในใจแบบนี้……

น้องลี่ต้องมาตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ด้วยเพราะเป็นเพื่อนกับเมียไอ้สมชายหรือยังไงไม่ทราบได้ แต่เมื่อข่าวคราวทั้งหมดมันชี้ชัดมาแบบนี้ นี่คงเป็นคำถามที่ผมคงต้องหาคำตอบให้ได้!

ณ.ตอนนี้ อยู่ดีๆในใจก็ครุ่นคิดขึ้นมาถึงประโยคคำพูดของ ไอ้พวกคนที่รู้ข่าวการดวลปืนกันระหว่างเสี่ยหน่อยกับเสี่ยโบ๊ะที่ฆ่ากันตายเพราะหมอนวดว่า….

มาฆ่ากันตายเพราะหมอนวดทำไม โคตรจะไร้สาระปัญญาอ่อนสิ้นดี????
เอาชีวิตมาทิ้ง มาตายกันเพราะหี!!!

คำพูดเชิงเหยียดหยามประชดประชันนี้ มาบัดนี้ผมเริ่มเข้าใจความหมายนั้นแล้ว………..

ไอ้สมชาย มึงจะต้องเป็นคนตายเพราะหีคนถัดไป กูให้สัญญา!!!………….

โปรติดตามตอนจบ…..

เป้ อูซี่

ซุ้มมือปืน เสนอ…..ทีมฆ่าคาราโอเกะ EP.1

ปกติผมจะไม่ฆ่าใคร ถ้าไม่ได้เงิน
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องลำดับต้นๆที่ผมยอมทำให้ฟรี ออกตามหา แล้วจัดการปิดบัญชีได้ในที่สุด…..

เรื่องนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ และเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน……

เรื่องมีอยู่ว่า มีร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งแถวนครชัยศรี สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องมีหมอนวดสาวสวยวัยขบเผาะมาคอยบริการทั้งนวดและนาบ ร้านนี้มีเด็กสาวจากพม่าและลาว ผิวขาวๆใสๆ ยั้วยวนใจมาให้ลูกค้าได้เลือกแบบมากหน้าหลายตา จนเป็นที่ถูกใจบรรดาชายฉกรรณ์นักท่องราตรียิ่งนัก..
ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อมีเวลาว่างจากงานเมื่อไหร่ เป็นต้องหาเวลามาใช้บริการน้องๆที่ร้านนี้กันบ่อยๆ

คราวนี้เมื่อไปเที่ยวบ่อยเข้า ก็รู้จักมักคุ้นกับสาวๆภายในร้าน เรียกได้ว่าวัดไซร์กันมาแล้วแทบทุกคนในร้าน เอ่ยชื่อพี่เป้ อูซี่ ออกไป สาวๆนร้านคงรู้จักกันดีแทบทุกคน…

แต่เมื่อที่ใดมีสาวสวย ที่นั่นย่อมมีชายหนุ่มกลัดมัน มาเป็นลูกค้าขาใหญ่แก่งแย่งหมายปองเป็นเงาตามตัว เรียกได้ว่าร้านนี้เป็นโอเอซิสสำหรับชายหนุ่มขาหื่น ในย่านนี้กันเลยทีเดียว

วันนั้นจำได้ว่า ผมจบงานแถวสามพรานเสร็จช่วงสายๆ เลยตีรถไปถึงนครชัยศรีช่วงบ่าย จากนั้นจัดการนัดเด็กประจำขึ้นไปนวดคลายเส้นกันเป็นปกติ นัวเนียเสร็จสมอารมณ์หมายกันจนถึงมืดค่ำ แล้วจึงลงมาต่อกันที่โซนคาราโอเกะ กินเหล้าเคล้านารีร้องเพลงกันไปตามสไตล์นักเที่ยว

แต่แล้วจู่ๆดันมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!!!

เมื่อเสี่ยหน่อย เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างชื่อดังย่านนั้น ดันไปมีปากเสียงกับ กลุ่มเสี่ยโบ๊ะ เจ้าของบ่อนไก่ชนชื่อดังย่านบางเลน เรื่องการเขม่นแย่งจีบเด็กสาวชาวพม่าคนเดียวกัน

น้องคนนี้รู้จักกันดีในชื่อ น้องจอย สาวชาวพม่าผิวพรรณดี อวบอัดรัดรูป หุ่นดีชวนหลงไหล ขวัญใจหนุ่มๆภายในร้าน
เหมือนโชคชะตาจับคู่ให้มาเจอกัน เสี่ยหน่อย และเสี่ยโบ๊ะ ซึ่งชอบสาวคนเดียวกัน แล้ววันนั้นดันมาเที่ยวพร้อมกัน ความบรรลัยเมื่อเหล้าเข้าปากจึงเกิดขึ้น เมื่อเสี่ยหน่อยเปิดฉากหาเรื่องกลุ่มเสี่ยโบ๊ะก่อน เพราะไม่พอใจที่กลุ่มเสี่ยโบ๊ะ มานั่งนัวเนียกับน้องจอย สาวที่เสี่ยหน่อยหมายปอง
ซึ่งเมื่อผมหันไปดูเพื่อนๆในกลุ่มเสี่ยโบ๊ะที่นั่งกันอยู่…ผมจำได้ว่ามีกำนันคนดังแห่งอ.บางเลนนั่งอยู่ด้วย ถัดไปเป็นมือปืนในซุ้มนครชัยศรีที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี มันคือชื่อไอ้ สมชาย หรือชื่อในวงการคือ แจ่ม ณ.เรืองศรี ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กำนัน ตามมานั่งกินเหล้ากับเสี่ยโบ๊ะด้วย

การต่อปากต่อคำกันของเสี่ยหน่อยและเสี่ยโบ๊ะเริ่มตึงเครียดมากขึ้น มีการชี้หน้าด่ากัน และโวยวายเสียงดัง แล้วจังหวะนั้นเอง เสี่ยหน่อยเอื้อมมือไปจับที่เอวด้านหลังแถวบั้นท้ายเพื่อเตรียมพร้อมอะไรบางอย่าง พร้อมกับด่าทอเสี่ยโบ๊ะไปด้วย!!
มาถึงวินาทีนี้ ระดับมืออาชีพอย่างผมรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้จบไม่สวยแน่ เพราะที่มือที่เสี่ยหน่อยเอื้อมจับไว้ คืออาวุธคู่กายที่เสี่ยหน่อยเหน็บมา ตั้งท่าเตรียมพร้อมชักขึ้นมายิง!
แต่จังหวะนั้นเอง ไอ้สมชาย บอดี้การ์ดกำนัน ซึ่งมันเป็นมือปืนอาชีพเหมือนผม เหมือนมันรับรู้ได้ถึงกลิ่นสังหารที่เข้ามาใกล้ตัวเอง เสี้ยววินาทีนั้นมันจึงควัก11มม. ขึ้นมาเปิดฉากยิงใส่เสี่ยหน่อยก่อนอย่างจังทันทีทันใดสองนัดซ้อน!!

ปัง ปัง!!!

เสี่ยหน่อยโดนพิษกระสุน ร่างล้มตึงกระเด็นจากข้างโซฟาลงไปนอนกองกับพื้น สร้างความตกตะลึงกันไปทั้งร้าน!!!!
วินาทีนั้นเหมือนช่างยาวนานราวกับภาพสโลโมชั่น!! ภาพเสี่ยหน่อยค่อยๆล้มลง ผมจำได้ติดตาและสัญชาติญาณมือปืนของผมทำงานทันที ผมยืนขึ้นชักปืนมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเหมือนกัน โดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผมแต่อย่างใด!!

เสี่ยหน่อยที่โดนพิษกระสุน เหมือนยังไม่ยอมแพ้โชคชะตา งัด9มม.ขึ้นมายิงสวนทะลุโซฟาเข้าหากลุ่มเสี่ยโบ๊ะอย่างรวดเร็ว ซึ่งในจังหวะนั้นเอง เป็นเวลาเดียวกับที่เสี่ยโบ๊ะลุกขึ้นชักปืนยิงซ้ำตามน้ำไปที่เสี่ยหน่อยเหมือนกัน ตามหลังไอ้สมชายที่เปิดเกมไปก่อนไม่ถึงเสี้ยวนาที!!

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!! เสียงปืนเคล้ากับเสียงเพลงที่ดังสนั่น ต่างเงียบลงเหลือแต่ความเงียบ…..

ผมมองไปที่เสี่ยหน่อยซึ่งโดนยิงจะๆไปอย่างน้อย5นัด บัดนี้นอนแน่นิ่งสิ้นใจ ส่วนเสี่ยโบ๊ะ,กำนันและไอ้สมชาย รีบลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว!!

แต่ที่ไหนได้…..ยมทูตตามมาถึงตัวเสี่ยโบ๊ะแล้ว!!

เมื่อกระสุนที่เสี่ยหน่อยยิงสวนไปก่อนสิ้นใจตาย วิ่งไปจับเข้าขั้วหัวใจของเสี่ยโบ๊ะราวกับยมทูตจับวาง เสี่ยโบ๊ะลุกขึ้นเดินไปไม่ถึงสามก้าว ก็ล้มลงสิ้นใจตายคาที่ ตามเสี่ยหน่อยไปในทันที!!!…

2 เสี่ยแย่งหมอนวดพม่า พูดไม่เข้าหูซัลโวกันดับ2ศพคาร้านคาราโอเกะ………..

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ เป็นไปในทางเดียวกันในวันรุ่งขึ้น…….

มันถูกแล้วหรือ ที่จะเอาชีวิตของเราไปทิ้งกับเด็กสาวร้านนวด ซึ่งใครๆก็รู้ ว่ามันมีผัวเป็นเด็กเสิร์ฟ เรียกได้ว่าต้นทุนชีวิตของทั้งสองคนที่ตายไปแลกยังไงก็ไม่คุ้ม…….

ภาพลูกเมียของทั้งสองคนนั้งร้องไห้ ยังจำติดตามผู้อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี..

สรุปเรื่องคดีความ กำนันรอดตัวไม่โดนดำเนินคดีเพราะมีอิทธิพลท้องถิ่นค่อยเกื้อหนุน ส่วนไอ้สมชาย มือปืนที่เปิดเกมก่อน โดนหมายจับ แต่มันหนีหายไปกบดานไร้ร่องรอยอย่างมืออาชีพ และเรื่องคงจะเงียบหายลงตามกาลเวลา…

เรื่องควรจะจบลงที่ตรงนี้ แต่ทุกคนอย่าลืมไปว่าเหตุการณ์วันนั้น มีผม เป้ อูซี่ อินทรีย์เมืองจันทร์ อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย………..

เดี๋ยวEP.2 จะมาเล่าต่อให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของผมกับการตามล่าไอ้สมชาย หรือไอ้แจ่ม ณ.เรืองศรี มือดีแห่งซุ้มนครชัยศรี จะจบลงอย่างไร……