Chijon Family แก๊งตลาดล่างฆ่าคนแล้วกิน!!

เรื่องราวของมนุษย์ผู้ที่กินมนุษย์ด้วยกัน แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นฆาตกรยังเป็นเหล่าวัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
โปรดทำใจก่อนอ่าน เพราะมันจะทำให้คุณสะพรึงไปกับพฤติกรรมของพวกเขา

Chijon Family

 

ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่ค่ายเพลงแบบ จอห์นนีแฟมิลี่ แต่นี่มันคือแก๊งที่รวมเด็กวัยรุ่นวัยไล่เลี่ยกันที่มีปัญหาให้มาอยู่ร่วมกัน เมื่อวัยรุ่นที่มีปัญหามาอยู่ร่วมกัน ความบรรลัยก็บังเกิด Chijon Family ลงหลักปักฐานสร้างความ “เรือหาย” อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มาตั้งแต่ปี 1993 สมาชิกแก๊งประกอบไปด้วย ชายหนุ่ม 7 คน ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ยังมีสาววัยรุ่นร่วมด้วยอีก 1 คน แก๊งนี้นำโดย ชายหนุ่มอายุ 26 (หัวหน้าเด็กนี่หว่า) นามว่า Kim Ki-hwan พร้อมกับสมาชิกแก๊งที่มีความคิดเหมือนกันคือ “เกลียดชังคนรวย” ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะส่งต่อความสุขให้กับพวกคนรวย นั่นคือการ “ฆ่า”!!!

 

 

แก๊งนี้จะจัดการคนรวยทุกคนที่พบเจอ วิธีการคือลักพาตัวแล้วเรียกค่าไถ่จากครอบครัว แต่ถ้าทำแค่นั้นก็คงจะไม่ติดอันดับ เหยื่อทุกคนหลังจากที่ได้เงินค่าไถ่แล้ว จะถูกทรมานด้วยความสนุกสนานจนพอใจแล้วจัดการฆ่าทิ้ง หลังจากฆ่าทิ้งแล้ว เหยื่อคนไหนที่ดู่าทางน่ากินก็จะถูกพวกนี้จัดการ “โซ้ย” ซะ โดยอ้างว่าที่กินเนื้อเหยื่อเพราะจะช่วยทำให้กล้าหาญ ไม่กลัวอะไร จากนั้นก็ทำลายหลักฐานด้วยการนำร่างของเหยื่อไปเผาในเตาเผาขยะแถวๆ รังโจรนั่นเอง

 

 

หลังจากก่อกรรมทำเข็ญมาได้ 1 ปีกว่า ก็ถึงวันที่เกมโอเวอร์ เมื่อเหยื่อสาวหนึ่งรายที่ถูกจับมาทรมาน หนีรอดออกมาแจ้งตำรวจ เธอเล่าว่า ถูกทั้งแก๊งข่มขืน และบังคับให้เธอยิงชายนักธุรกิจที่ถูกจับมาอีกคน บังคับให้เธอหิ้วศีรษะของเพื่อนชายที่ถูกพวกนี้ฆ่า

เมื่อถูกจับกุมได้ทั้งแก๊ง หนึ่งในสมาชิกยังกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ผมรู้สึกโกรธปนเสียใจ ผมเพิ่งรู้ว่าผมไม่สามารถที่จะฆ่าคนรวยทุกคนบนโลกนี้ได้”

ในปี 1994 สมาชิกแก๊งที่เป็นผู้ชายทั้ง 7 คน ถูกศาลตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี โทษประหารถูกส่งถึงพวกเขาในเดือนพฤศจิกายนปีถัดมา เป็นการชดใช้กรรมที่ได้ทำไป

THAINOWS.NET

บ้านคัลท์เมืองคัลท์ โปสเตอร์หนังจากกาน่า เปลี่ยนทุกเรื่องให้เป็นหนังตลก!

ประเทศกาน่า เป็นดินแดนในทวีปแอฟริกาที่มีชื่อเสียงในโลกภาพยนตร์ว่าพวกเขาผลิตหนังต้นทุนที่โคตรต่ำสุดๆ ซีจีกากสัสๆ แต่ทว่ากลับมีเสน่ห์ชวนอมยิ้มอย่างน่าประหลาด จนทำให้มันกลายเป็นหนังสุดคัลท์ (Cult เป็นคำที่นำมาใช้เรียกอะไรสักอย่างที่มีความเป็นสิ่งเฉพาะกลุ่มมากๆ)

ดูภาพตัวอย่างสักเรื่อง

อันนี้เด็ดสุด!!!!!!

แต่นอกจากภาพยนตร์แล้ว กาน่ายังมีชื่อเสียงในโลกภาพยนตร์ที่เป็นที่เลื่องลือไปทั้งโลกโซเชียลกับงานโปสเตอร์หนังฉบับวาดมือ ที่ถ้าพูดกันตามตรงก็คงต้องบอกว่า “กากสัส” แต่ในความกากนั้นกลับทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ไทยนาวส์นำเอามาให้สัมผัสเสน่ห์ความคัลท์แบบขั้นสุดของโปสเตอร์หนังฉบับวาดมือของพวกเขา ไปชมกันเลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรแกรมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง มงเทรอซ์ วอลเลย์ มาสเตอร์ส 2019

วอลเล่ย์ทีมชาติไทย

โปรแกรมการแข่งขัน มงเทรอซ์ วอลเลย์ มาสเตอร์ส 2019 (Montreux Volley Masters 2019)โดยจะกันในวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ทีมชาติไทย อยู่กลุ่มบีร่วมกับ ทีมชาติอิตาลี, ทีมชาติตุรกี และทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

สรุปนักตบลูกยางสาว ทีมชาติไทยมีแข่ง
วันที่ 13 พ.ค. 02.15 ทีมชาติไทย – ทีมชาติอิตาลี
วันที่ 14 พ.ค. 23.45 น. ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ – ทีมชาติไทย
วันที่ 16 พ.ค. 02.15 น. ทีมชาติตุรกี – ทีมชาติไทย

วันที่จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 
21.30 น. ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ – ทีมชาติตุรกี

23.45 น. ทีมชาติญี่ปุ่น – ทีมชาติตุรกี

02.15 น. ทีมชาติไทย – ทีมชาติอิตาลี

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 
21.30 น. ทีมชาติเยอรมัน – ทีมชาติจีน

23.45 น. ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ – ทีมชาติไทย

02.15 น. ทีมชาติโปแลนด์ – ทีมชาติญี่ปุ่น

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 
21.30 น. ทีมชาติจีน – ทีมชาติโปแลนด์

23.45 น. ทีมชาติอิตาลี – ทีมชาติตุรกี

02.15 น. ทีมชาติญี่ปุ่น – ทีมชาติเยอรมัน

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 
21.30 น. ทีมชาติอิตาลี – ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

23.45 น. ทีมชาติเยอรมัน – ทีมชาติโปแลนด์

02.15 น. ทีมชาติตุรกี – ทีมชาติไทย

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2562 
21.30 น. A4 – B4

23.45 น. A1 หรือ B1 – A2 หรือ B2

02.00 น. A1 หรือ B1 – A2 หรือ B2

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 
17.30 น. A3 – B3

19.45 น. รอบชิงอันดับ 3

02.00 น. รอบชิงชนะเลิศ

“ คล็อปป์เผยรู้อยู่แล้วว่าต้องชนะ”

“ European night ” หลังจากผลงานพลิกนรกของ ลิเวอร์พูล ด้วยชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 4-0 เหนือคู่แข่งจากต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นอีกครั้งกับคำว่า “ European night ” ก่อนเกมส์ ลิเวอร์พูลขาด 2 ผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกอย่าง ซาล่า และ เฟอร์มิโน่ จนต้องส่ง โอริกี และ ซากีรี่ลงเล่นแทน ทำให้กุนซืออย่าง เจอเก้นซ์ คล็อบป์ ที่ให้สัมภาษณ์ในเชิงจิตวิทยาแนวติดตลกกับนักข่าวว่า “ ตราบใดที่เรามีผู้เล่น 11 คนในสนาม เราจะพยายามกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเราจะจบแค่รอบนี้หรือได้ไปต่อ “

แต่ใครจะคิดว่าสกอร์จะออกมาแบบนี้ ลิเวอร์พูลได้ประตูเร็วเพียงแค่ 7 นาทีแรกจากการที่ โอริกิ ตามซ้ำลูกยิงของ เฮนเดอซัน ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 หลักจากนั้น เกเก้นเพรซซิ่งก็ทำงาน แต่ทำงานชนิดที่ว่ากำลัง คูณ 2 นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนวิ่งไล่บีบพื้นที่เข้าถึงเร็วกว่าปกติ ทำให้นักเตะบาร์เซโลน่าแต่ละคนเล่นไม่ออกโดยเฉพาะในแนวรุก ยิ่งเด็กเก่าทั้ง 2 คนของลิเวอร์พูลอย่าง ซัวเรซ และ คูตินโย่ นี่แทบจะหายไปจากเกมส์ไม่มีบทบาทอะไรเลยนอกจากเคาะบอลไปมา จนจบครึ่งแรก ครึ่งหลังลิเวอร์พูลต้องมาเสีย โรเบิร์ตสัน ที่มีอาการบาทเจ็บกวนช่วยปลายครึ่งแรกจากจักหวะปะทะกับซัวเรซ คล็อบป์ จัดการส่ง ไวจ์นัลดุม ลงมาแทนแล้วขยับ มิลเนอร์ ลงไปเป็น แบ็กซ้าย ทำให้กลางของลิเวอร์พูล มีพลังในการไล่บดขยี้ไล่บี้คู่แข่งหนักกว่าเดิม จนนาทีที่ 54 เทรนท์ ตัดบอลได้จาก อัลบา แล้วลากไปครอสริมเส้น บอลแฉลบมาเข้าทาง ไวจ์นัลดุม ยิงรอดตัว สเตเก้น เข้าไปลิเวอร์พูลนำ 2-0 หลังจากนั้นอีกแค่ 2 นาที ลิเวอร์พูลทำให้แฟนๆบาร์ซาต้องช็อคตาตั้ง !!! ชากิรี่ บรรจงครอสบอลจากด้านข้างให้ ไวจ์นัลดุม ขึ้นโขกเน้นๆ ถึงตรงนี้สกอร์รวม 2 นัดกลับมาเสมอกันที่ 3-3 หลักจากนั้น คล็อบป์ สั่งให้เด็กในสนามผ่อนการเพรซซิ่งลงเล็กน้อยใช้การบีบพื้นที่มากขึ้น และอาศัยจังหวะตัดบอลสวนกลับเร็วมากขึ้น จนนาทีที่ 79 มาได้เตะมุม และด้วยไหวพริบหรือความเจ้าเล่ห์ของ เทรนท์ ที่ทำท่าจะไม่เตะมุมแล้วเดินหนีออกมาให้ ชากิรี่ไปเปิด แต่ที่ไหนดันวิ่งกลับตัวเปิดเร็วให้ โอริกี ที่ยืนโล่งอยู่คนเดียวซัดจ่อๆผ่าน สเตเก้นเข้าไปลิเวอร์พูลนำ 4-0 หลังจากนั้นทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมส์ ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 !!!

ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงมนต์ขลังของ ” European night “อีกครั้งหลังจากที่เคยทำมาแล้วกับการ พลิกชนะจุดโทษในนัดชิง Champion league กับเอซี มิลาน ในปี 2005 และ พลิกแซง ดอร์ทมุน เข้ารอบ Europa league ในปี 2016

จนขนาดนักเตะระดับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์ วิเคราะห์ทางบีบีซี หลังเกมว่า ” ผมเล่นที่แอนฟิลด์ หลายครั้ง มันกดดันนะครับ แต่ไม่เคยเห็นอะไรมันกดดันมากมายเหมือนเกมนี้ บาร์ซ่าเล่นบอลไม่ได้เลยครับ มันคืออาถรรพ์จากเสียงเชียร์ที่เปลี่ยนเป็นพลังให้นักเตะลิเวอร์พูล!!! ” นี่แหละพลังแฝงของ “ European night ” ที่สร้างเรื่องเหลือเชื่อในเกมฟุตบอลให้เกิดขึ้นที่ Anfield อีกครั้ง… YNWA

เขียนโดย
iPLaZ

ซุ้มมือปืน เสนอ…..ทีมฆ่าคาราโอเกะ EP.2

คนเราทำชั่วมาร้อยครั้ง ทำความดีแค่ครั้งเดียวยังไงก็ไม่อาจลบล้างได้
ดีส่วนดี เลวส่วนเลว…….

หลังจากเหตุการณ์ดวลปืนกันสนั่นคาราโอเกะผ่านไปหลายปี ผมไม่ได้ข่าวไอ้สมชาย หรือไอ้แจ่ม ณ เรืองศรี มือปืนที่หนีคดีครั้งนั้นอีกเลย ซึ่งตอนนั้นถึงผมจะอยู่ในเหตุการณ์คืนล้างเลือดนั่นด้วย แต่ผมก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับไอ้สมชายแต่อย่างใด
เส้นทางมือปืนของมันที่คอยรับใช้นาย ก็เปรียบเสมือนหมาหมามีเจ้าของ ผิดกับผมที่เป็นมือปืนรับจ้างไม่ขึ้นตรงกับใคร ทำงานตามใบสั่ง คงเปรียบได้กับหมาป่าไม่มีเจ้าของกระมัง เราเดินคนละเส้นทางไม่มีความแค้นอะไรกัน เวลาผ่านไปถูกอย่างก็ถูกลืมเลือน………

แต่ทว่าเหมือนยมบาลจับคู่ให้ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

เมื่อสองถึงสามปีก่อนนี่เอง ตอนผมมาจบงานที่กรุงเทพ วันนึงผมนึกถึงรุ่นพี่มิตรสหายท่านนึง รุ่นพี่ท่านนี้ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในกลุ่มนักเลงชื่อดังระดับตำนาน แกสนิทกับเฮียเจ้าของซุ้มมังกร และแวะไปมาหาสู่กันบ่อย ทำให้ผมได้รู้จักมักคุ้นแกไปด้วย
ชื่อของรุ่นพี่ท่านนี้ ผมเรียกเขาว่า พี่แก้ว…. ซึ่งถ้าจะเรียกชื่อในวงการจริงๆ ชื่อเต็มๆของเขาคือ แก้ว ไบเล่ย์
พี่แก้ว ไบเล่ย์ ท่านนี้คืออดีตสมาชิกของแก๊งค์ไบเล่ย์ แก๊งค์ชื่อดังในสมัย2499 ปัจจุบันแกวางมือจากวงการนักเลงและวงการมาเฟียมานานแล้ว แต่นับว่ายังเป็นที่นับถือในความรอบรู้และหูตากว้างไกลอยู่ เพราะจะมีคนในวงการแวะเวียนมาหาแกเสมอๆ

เมื่อผมมีเวลาว่าง ผมก็จะแวะไปหาแกที่บ้านแถวซอยวังหลังเสมอๆ มาคราวนี้เมื่อได้เจอกัน ผมสวัสดีทักทายพี่แก้ว พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ซักพัก พี่แก้วก็เริ่มเล่าเรื่องข่าวคราวในวงการที่แกได้ยินมาในหลายๆเรื่อง เล่าไปเล่ามา มีเรื่องนึงที่ทำให้ผมถึงกับชะงักไปชั่วครู่ เพราะเรื่องนี้ทำให้ผมได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่มันไปเกี่ยวโยงกับคดียิงกันที่คาราโอเกะเมื่อหลายปีก่อนอีกครั้ง
พี่แก้วเล่าว่า ตอนนี้กำลังมีพวกขาใหญ่แถวภาคเหนือมาจ้างพวกมือปืนหน้าใหม่และพวกบอดดี้การ์ดปลายแถว ไปช่วยคุมซ่องแถวอุดรกันเยอะ เพราะตอนนี้ที่นั่นธุรกิจน้ำกามกำลังเฟืองฟู หญิงสาวชาวลาวที่ข้ามมาทำงานแต่ละคนหน้าตาผิวพรรณดีมาก ทำเอาเป็นที่เล่าขานกันปากต่อปาก
ขนาดพวกหนุ่มๆสายตีที่กรุงเทพถ้ามีโอกาศยังต้องนั่งเครื่องบินไปตามหาลายแทงในช่วงวันหยุดเยอะแยะไปหมด……..

คนในวงการรู้กันดีว่า ถ้าจ้างพวกมือปืนปายแถวหรือไอ้พวกเด็กกระโปกนักเลงมือใหม่พวกนี้ไปทำงานแล้วล่ะก็ มันต้องมีมือดีคอยควบคุมไม่ให้ไอ้พวกนี้นอกลู่นอกทาง ด้วยความสงสัยผมจึงถามพี่แก้วไปว่า แล้วที่นั่นเอามือดีที่ไหนมาคอยคุมงาน?
พี่แก้วเอ่ยปากตอบผมมาทันทีว่า ไอ้สมชาย หรือไอ้แจ่ม เรืองศรี จากซุ้มนครชัยศรี ตอนนี้มันหนีคดีไปเป็นขาใหญ่ให้เจ้าพ่อน้ำกามแถวอุดรได้ซักพักแล้ว………..

เมื่อผมได้ยินชื่อนี้เข้า เหตุการณ์ในวันนั้นมันผุดขึ้นมาในหัวของผมทันที ไอ้แจ่ม เรืองศรี หรือไอ้สมชาย มึงนี่หนีไปไกลถึงอุดรเชียวรึเนี่ย ในใจผมยังนึกขำ
แต่ที่ทำให้ผมขำไม่ออก คือสิ่งที่พี่แก้วเล่าให้ผมฟังต่อจากนั้น…
พี่แก้วบอกผมว่า…นี่มึงรู้มั้ยตอนไอ้สมชายมันหนีคดีไปช่วงแรกๆ ตอนตำรวจไปตามสืบหาตัวมัน สืบไปสืบมาจึงรู้ว่า เด็กในร้านคาราโอเกะในวันนั้น มีคนนึงเป็นเมียเก็บของไอ้สมชายอยู่ในร้านนั้นด้วย…
ทีนี้นังเด็กพม่านั่นพอโดนตำรวจเค้นหนักๆเข้า มันก็พูดออกมาหมดเปลือกเลย เรื่องที่อยู่ ที่กบดาน เรื่องเงินที่ไอ้สมชายมันซ่อนไว้ และที่อยู่ ที่ไอ้สมชายมันน่าจะไปหลบซ่อนตัว ไอ้สมชายนี่มันโง่ พอเมาทีไรมันชอบเล่นนู่นเล่านี่ให้เด็กมันฟัง พอตำรวจรู้แบบนี้แล้ว ทีนี้ทำงานง่ายเลย ตามล่าไอ้สมชายแทบจะเป็นเงาเป็นเหงื่อที่ข้างหูเลย แต่ไอ้สมชายนี่กูนับถือมันนะ ถือว่ามันดวงดีมากเลย มันเอาตัวรอดตำรวจได้หวุดหวิดจนสามารถไปหลบอยู่ที่ลาวได้เป็นปีๆ พอเรื่องเงียบลงมันจึงค่อยข้ามกลับมารับงานอยู่ที่อุดรในตอนนี้…

แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นนะ พี่แก้วเล่าต่อ….. ทีนี้พอไอ้สมชายมันข้ามกลับมาฝั่งไทยได้ เหมือนมันแค้นนังเมียพม่าคนนี้มากที่ไปช่วยตำรวจให้มาล่ามัน เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ มีเพื่อนกูมาบอกว่า ไอ้สมชายมันแกะรอยออกตามหานังเมียพม่าของมันคนนี้จนเจอ จากนั้นมันจัดการมัดมือมัดเท้าแล้วยิงเมียมันทิ้ง แล้วก็ยิงเพื่อนร่วมห้องเมียมันที่มาเห็นเหตุการณ์ไปอีกสองคนด้วย รวมแล้วมันเก็บไปสามศพ! แล้วเอาศพทั้งสามคนไปฝังดินทำลายหลักฐาน หนึ่งในนั้นมีนังหนูที่เป็นฉนวนเหตุให้เสี่ยหน่อยกับเสี่ยโบ๊ะยิงกันตายด้วยนะ!!
ไอ้ห่านี่ใจมันเหี้ยมดีจริงๆ ยอมเสี่ยงกลับมาฆ่าเมียเก็บของมันทั้งๆที่ตำรวจยังจ้องเล่นงานมันอยู่ได้ เรื่องความรักความแค้นเรืองหัวใจนี่ กูเห็นทำคนฉิบหายมาเยอะแล้วนะ…..
พอพี่แก้วเล่ามาถึงตรงนี้ ผมถึงกับช็อคไปชั่วขณะ เรื่องมันฆ่าเมียมันผมไม่ได้สนใจอะไรหรอก แต่เรื่องที่มันฆ่าสาวอีกสองคนที่มาเห็นเหตุการณ์ไปด้วยนี่สิ และเมื่อรู้ว่าน้องจอย เด็กพม่าสาวสวยในวันนั้นที่เป็นต้นเหตุให้สองเสี่ยยิงกันตาย โดนไอ้สมชายมันฆ่าตายไปด้วยเป็นความจริงหรือนี่…

ผมจึงถามพี่แก้วให้แน่ชัดว่าเรื่องนี้จริงแท้แน่หรือ แล้วพี่แก้วรู้มาได้ยังไง ว่าไอ้สมชายมันฆ่าฝังดิน3สาวชาวพม่า เพราะถ้าคนในวงการอย่างพี่แก้วรู้ ตำรวจก็น่าจะรู้เหมือนกัน ป่านนี้เป็นข่าวดังไปแล้วสิ
พี่แก้วอธิบายต่อว่า….เรื่องนี้ที่เขารู้เพราะไอ้สมชายมันจ้างเด็กดูต้นทางที่เป็นลูกน้องของเพื่อนแกอีกที คนอื่นไม่รู้กันหรอก เด็กพวกๆนี้มันมาทำงานแล้วก้ข้ามกลับไปบ้านที่พม่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่าจริงๆพวกมันโดนฆ่าหมกป่าไปแล้ว……
พอฟังถึงตรงนี้ผมรู้ชัดแล้ว ว่าเรื่องนี้คงจริงแน่นอน!!
ไอ้สมชายมันฆ่าเมียเก็บมันคนนึง อีกคนคือน้องจอยเด็กเสี่ยหน่อยและเสี่ยโบ๊ะ….แล้วอีกคนนึงที่โดนฆ่าตายคือใครล่ะ??
พอคิดได้เท่านั้น อยุ่ดีๆใจผมก็หล่นวูบไปถึงตะตุ่มทันที!!!
ไอ้สัส!! หรือเด็กอีกคนคือน้องลี่ เด็กประจำที่ผมชอบแวะเวียนไปหาที่ร้านในบ่อยๆรวมถึงคืนวันนั้นด้วย!!!!!

เป็นมันคำถามที่ค้างคาใจผมมาก ผมจึงรีบล่ำลากับพี่แก้วแล้วตีรถกลับจันทบุรีทันที และเมื่อผมกลับถึงบ้าน ผมจึงเริ่มไปคุ้ยหาเบอร์เก่าๆของน้องลี่ เด็กพม่าที่ผมเคยเป็นลูกค้าประจำที่ร้านคาราโอเกะต้นเรื่อง เพื่ออยากจะโทรไปหาให้หายกังวล ว่าน้องลี่คงไม่ตกเป็นเหยื่อล้างแค้นของไอ้สมชายไปด้วย?…
ผมค้นหาอยู่สักพัก จนในที่สุดก็ไปเจอสมุดจดเบอร์โทรศัพท์เก่าๆ จึงรีบโทรศัพท์ไปหาน้องลี่ทันที……

เมื่อกดโทรออกไป……

ปลายสายมีแต่ความว่างเปล่า…….

หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ…………………

ตอนเกิดเรื่องยิงกันที่ร้านใหม่ๆ ร้านโดนสั่งปิดตายยาวๆ เด็กๆหมอนวด ต่างคนต่างย้ายร้านไปทำงานกันที่อื่น ผมได้ข่าวน้องลี่ครั้งสุดท้ายตอนเธอบอกว่าจะไปทำงานที่ร้านเกะแถวๆกาญจนบุรี
ตัวผมเดินทางสายมือปืนแบบนี้ โทรศัพท์เปลื่ยนเบอร์บ่อยเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว น้องลี่ถึงอยากจะโทรหาผมก็ไม่รู้เบอร์แน่นอน มีแต่ผมที่เป็นฝ่ายโทรไป แต่เมื่อเธอไปอยู่ไกลขึ้น พอไม่เจอกันนานๆ ขาดการติดต่อกันไปนานๆเข้า เมื่อผมก็ไปเที่ยวในที่แห่งใหม่ ไปเจอสาวๆบริการดีๆที่ร้านใหม่ ก็เลยเริ่มลืมเลือนกันไป…..
แต่เมื่อมาได้ข่าวแบบนี้ ด้วยความที่อดีตเคยเป็นลูกค้าประจำกันมา เคยพูดคุยกันถูกคอ ได้ลิ้มรสสัมผัสเด็กสาววัยแรกแย้มจนเรียกได้ว่าถ้าใครใจไม่แข็งพอคงหลงรักเธอไปแล้ว ทำเอาตอนนี้จิตใจเริ่มร้อนรน จนความเป็นห่วงเก่าๆความคิดถึงเก่าๆเริ่มกลับมา
ในขณะนั้นเองผมเหลือบไปมองในสมุดทำให้นึกขึ้นได้ว่ามีเบอร์ของมาม่าซังจดไว้อยู่ด้วย อย่างที่บอกไป ด้วยความที่ผมเป็นลูกค้าประจำในสมัยก่อน จึงสนิทกับมาม่าซังเป็นอย่างดี ผมจึงรีบโทรไปตามเบอร์นั้นทันที!

ฮัลโหล นั่นมาม่าซังใช่มั้ย!!

เมื่อมาม่าซังทักตอบกลับมารู้ว่าเป็นผม คุยถามไถ่กันได้ไม่กี่คำ ผมร้อนใจรีบถามหาน้องลี่ทันที

อีลี่ อีจอย กับอีบี(เมียเก็บไอ้สมชาย) มันหนีออกจากร้านไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว อยู่ดีๆมันก็หนีหายไปดื้อๆ ข้าวของยังทิ้งไว้ที่ห้องอยู่เลย ทำเอาฉันต้องไปจ้างคนมาขนของพวกมันเอาไปทิ้ง อีเด็กห่าพวกนี้นึกจะไปก็ไป ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ป่านนี้มันหนีกลับไปมีผัวอยู่ที่พม่าแล้วมั้งเฮีย……

สิ้นเสียงมาม่าซังที่พูดยังไม่ทันจบประโยค ผมตัดสายทิ้งด้วยอารมณ์คุกรุ่น ภาพในนโมจิตเห็นเป็นสภาพน้องลี่คนสวยโดนฆ่าฝังดิน เป็นอะไรที่น่าเศร้าใจอยู่ลึกๆ

ความเงียบภายในบ้านนั้น มันช่างเงียบสงบวังเวงอย่างเหลือเชื่อ คงได้ยินแต่เสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะเพียงเท่านั้น………

บัดนี้รู้แน่ชัดแล้วว่า ไอ้สมชายมันฆ่าใครไปบ้าง…….

ผมไม่เคยฆ่าใคร ถ้าไม่ได้เงิน และน้อยครั้งมากที่ผมจะเกิดความแค้นขึ้นมาในใจแบบนี้……

น้องลี่ต้องมาตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ด้วยเพราะเป็นเพื่อนกับเมียไอ้สมชายหรือยังไงไม่ทราบได้ แต่เมื่อข่าวคราวทั้งหมดมันชี้ชัดมาแบบนี้ นี่คงเป็นคำถามที่ผมคงต้องหาคำตอบให้ได้!

ณ.ตอนนี้ อยู่ดีๆในใจก็ครุ่นคิดขึ้นมาถึงประโยคคำพูดของ ไอ้พวกคนที่รู้ข่าวการดวลปืนกันระหว่างเสี่ยหน่อยกับเสี่ยโบ๊ะที่ฆ่ากันตายเพราะหมอนวดว่า….

มาฆ่ากันตายเพราะหมอนวดทำไม โคตรจะไร้สาระปัญญาอ่อนสิ้นดี????
เอาชีวิตมาทิ้ง มาตายกันเพราะหี!!!

คำพูดเชิงเหยียดหยามประชดประชันนี้ มาบัดนี้ผมเริ่มเข้าใจความหมายนั้นแล้ว………..

ไอ้สมชาย มึงจะต้องเป็นคนตายเพราะหีคนถัดไป กูให้สัญญา!!!………….

โปรติดตามตอนจบ…..

เป้ อูซี่

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตรตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร

ตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เคสบางเคสแค่เดินไป เจอเป้าหมาย ยิงทิ้ง เดินกลับ หนี กบดาน ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ บางเคสมันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดกัน….

เมื่อปี2535 ผมรับงานให้ยิงผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง เหตุผลเหรอครับ…ผมไม่ทราบและผมไม่ได้อยากจะรู้สักนิด จะตกปลามากินทำไมต้องรู้ว่าเพราะอะไรก็แค่หิว ซึ่งตอนนี้ผมก็หิว หิวเงิน ไม่มีเงินท้องก็ไม่อิ่ม

งานที่ผมรับงานนี้มีราคาไม่ถึง40,000บาท มันคือราคาชีวิตของผู้รับเหมาหน้าใหม่คนหนึ่ง อายุเพียง39เท่านั้น…แต่ผมไม่สงสารหรอกเพราะผมไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ

ผมไม่เหมือนพี่เป้ อูซี่แอดมินผู้ก่อตั้งซุ้มมังกร พี่เป้มีความรู้สึกของความเป็นมนุษย์แต่ผมไม่ใช่ การฆ่าให้เงียบก็ต้องมีด ไม่ก็เชือกมันจะเห็นสายตาความแค้น ความเจ็บใจ หรือวิงวอนของชิ้นงาน ถ้าใส่ใจมากเกินไปมันจะไปทำร้ายตัวผมเองให้รู้สึกผิด

คืนหนึ่งผมจำเป็นต้องไปลงงานแล้ว ผมเหน็บปืนพกไปหนึ่งกระบอก และมีดคู่ใจหนึ่งเล่มก็มีดทำครัวธรรมดานี่แหละ ผมลอบเข้าไปในบ้านเป้าหมายของผมซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวรามอินทรา สมัยนั้นไม่มีหรอกกล้องวงจรปิดแบบสมัยนี้ ทำอะไรก็ง่ายไปหมด ผมใช้กุญแจผีไขประตูหน้านี่แหละง่ายดี ด้านล่างไฟดับอยู่แปลว่าไม่น่ามีคนเพราะไฟข้างบนเปิดอยู่ บอกให้รู้ได้เลยว่าอยู่ห้องไหน ง่ายดีจริงๆ ผมเดินขึ้นไปชั้นสองและไปที่ห้องของเป้าหมาย ผมเอาปืนพกขึ้นจ่อที่เป้าหมายทันทีเพื่อไม่ให้มันขยับและส่งเสียง…

ถ้ามีแต่เป้าหมายมันก็ดีน่ะสิ แล้วอีแก่ที่นอนป่วยบนเตียงนั่นใครวะ ชิบหายล่ะสิ ในหัวผมมันมโนขึ้นมาถึงแม่แก่ๆของผมที่นอนอยู่ในสลัมที่ซอยหมอเหล็งแถวราชปรารภเลย

ไอ้เสี่ยรับเหมาล้มทั้งยืน แก้วน้ำในมือมันหล่นแตก น้ำกระจายเต็มพื้นห้อง ผมรับรู้ได้ถึงความกลัวของมันได้ทันที อีแก่ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของมันนอนนิ่งไม่ได้หันมามองผมสักนิดราวกับผมไม่มีตัวตนเป็นแค่ลมมรณะที่พัดเข้ามาในบ้าน ไอ้เสี่ยมันยกมือไหว้ผมหลับตาปี๋ราวกับผมเป็นภูติผีเจ้ากรรมนายเวรของมัน ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆมัน

“ใครจ้างพี่มา อย่าทำผมเลย ผมต้องเลี้ยงแม่ผมอีก ผมให้เงินพี่เพิ่มก็ได้ แค่อย่าทำผม”

ผมไม่ได้สนใจสิ่งที่มันพูด ซึ่งผมจะรับเงินแล้วปล่อยมันไปก็ได้ แต่มันจะซวยผมน่ะสิ ไอ้เสี่ยคุดตัวนั่งตรงพื้นข้างเตียงใกล้แม่มัน

“หันหลังเดี๋ยวนี้” ผมสั่ง

มันหันหลังแต่โดยดี จากนั้นผมหยิบหมอนมากดหัวมันลงพื้นแล้วแล้วเอาปืนจ่อ ร่างมันสั่นเหมือนคนชัก เยี่ยวราดออกมาน่าสมเพช ผมใช้ปืนกดลงตรงหมอนให้แน่นกันเสียงดัง

“ยิงลูกป้าแล้วก็ยิงป้าด้วยนะหนุ่ม”

เสียงแหบแห้งของแม่มันพูดขึ้นมา ผมหันไปมองตาของเธอมองผมคล้ายจะวิงวอนให้ผมส่งวิญญาณเธอไปพร้อมกับลูกเธอ ในหัวผมตอนนี้เริ่มสับสน ผมไม่รู้ว่าไอ้เสี่ยนี่ไปมีปัญหาขัดผลประโยชน์กับใคร แต่ที่เห็นคือมันต้องเลี้ยงแม่มัน แม่ที่ป่วยเหมือนที่แม่ผมป่วยนอนในสลัมเหม็นน่ำเน่าๆ ผมจะทำยังไงดี ปล่อยมันผมตายแน่นอน ใครที่ทำงานไม่สำเร็จก็ต้องโดนตามเก็บ

ผมคลายมือจากหมอนออก ไอ้เสี่ยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมากอดแม่มันไว้ร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ ผมเดินไปที่ปลายเตียงแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งตรงมุมห้อง

“40,000คือค่าตัวคุณ”

เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะหมายความว่ายังไง มันรีบวิ่งไปที่ลิ้นชักหยิบเงินขึ้นมาปึกหนึ่ง มันเป็นแบงค์500ทั้งหมด ดูแล้วรวมๆน่าจะมีประมาณ50,000 มันค่อยๆยื่นให้ผม ผมรับเงินมาใส่ในกระเป๋ากางเกง ผมสั่งให้มันไปยืนตรงแม่มัน

“จำหน้าผมได้ไหม” ผมถาม

“จำไม่ได้ครับ ผมไม่เห็นอะไรเลย” มันตอบ

จากนั้นผมก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนมันกับแม่ ผมยืนอยู่นอกห้องสักพักเพื่อคิดไตรตรองให้รอบคอบว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไงต่อ ผมใช้ความคิดเกือบห้านาที ผมก็เดินเข้าไปในห้องใหม่ คว้าปืนขึ้นมายิงไอ้เสี่ยด้านหลังทันทีโดยที่มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันตายแล้ว จากนั้นผมก็ยิงแม่ที่นอนป่วยของมันเข้ากลางแสกหน้าให้พ้นทุกข์จากโรคที่เป็นอยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าป่วยเป็นอะไร ช่างแม่งไม่เกี่ยวกับกู…

ผมออกมาพร้อมเงิน50,000ฟรีๆ เงินที่จะเอาไว้สร้างตัว เอาไว้รักษาแม่ผม จริงๆผมไม่คิดจะปล่อยให้มันรอดแต่แรกแล้วล่ะ แต่ลองดูเล่นๆเผื่อได้เงินเพิ่ม เออ แล้วมันก็ได้จริงๆ เอาน่ะ อยากน้อยมันสองคนก็ตายแบบไม่รู้ตัวว่าตาย งานผมก็เสร็จ คนจ้างก็ดีใจ วินวินทุกฝ่าย ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้งานรับเหมาเนี่ยมันไม่ขัดแข้งขัดขาใคร หรือประมูลงานตัดหน้ากันรึเปล่า ไม่ก็แย่งหมอนวดกัน โอ้ย สารพัดเรื่องที่คนจะฆ่ากันได้ ช่างแม่งขี้เกียจเอามาใส่ใจ รู้ว่างานจบพอ

นี่ก็แค่เคสๆหนึ่งที่ผมจัดการผ่านมา ครั้งหน้าผมจะเอาเคสอื่นมาเล่าให้ฟังละกันครับ…

แป๊ะ ถนอมมิตร

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร ตอนที่2 “เฮง&ซวย”

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร

 

ตอนที่2 “เฮง&ซวย”

 

งานบางงานดูเหมือนง่ายไม่มีอะไร เดินเข้าไปยิงทิ้งไม่ก็แทง แล้วก็เดินหนีออกมา กบดานสักเดือน รับงานใหม่ มันก็เป็นแบบนี้มาหลายงานอยู่จนกระทั่งผมรับงานมาจากซุ้มเจ๊หยงที่ตลาดศรีดินแดง พูดถึงเจ๊หยง เจ๊แกอายุประมาณ50กว่าหน้าฉากแกขายกล้วยแขกบังหน้า พูดไปถ้าป้าแกไม่เป็นเจ้าแม่ในตลาด เจ๊แกก็ขายกล้วยแขกได้เยอะมากต่อวันเพราะว่ามันอร่อยจริงๆ ผมเดินไปหาแกช่วงบ่ายๆ

 

“กล้วยทอด4บาท” ผมส่งรหัสลับ

 

“รอแปบ” เจ๊หยงตอบ

 

“เจ๊ ถ้าคนอื่นซื้อกล้วยทอด4บาท เจ๊ก็ส่งของให้เหรอ” ผมถามด้วยความสงสัย

 

“ก็กูแปะไว้ว่าถุงละ5บาท แล้วใครจะซื้อ4บาทวะ อีกอย่างกูจำหน้ามึงได้ ถึงมึงจะซื้อ5บาท10บาทกูก็ส่งงานให้มึงอยู่ดี ไอ้ควาย” เจ๊หยงตอบจนผมไม่อยากจะสงสัยแล้ว

 

ผมเดินออกมานั่งใต้แฟลตดินแดงตรงบริเวณที่ปลอดคน ผมหยิบเงินส่วนของครึ่งแรกและซองจดหมายซองหนึ่งออกมาจากถุงกล้วยแขกแล้วอ่านพร้อมกับกินกล้วยแขกไปด้วย เป้าหมายของผมงานนี้ผมดูแล้วง่ายกว่างานไหนๆเพราะมันเป็นงานที่กระจอกๆมากแถมเงินดี

 

“ยิงผัวกับชู้”

 

งานแม่บ้านขี้หึงจ้างยิงผัวติดเด็กคาเฟ่ เงินก็ดี พิษรักแรงหึงทำให้จ่ายเงินได้โดยไม่คิด ผมดูรูปไอ้ผัวขี้ปี้กับรูปเด็กคาเฟ่ของมัน โอเค คืนนี้วันศุกร์ซึ่งเป็นวันที่ไอ้ผัวขี้ปี้นี่ไปเที่ยวพอดี ผมขี่รถไปแถวพระราม9ใกล้ๆคาเฟ่ที่มีตลกชื่อดังเยอะๆทั่วฟ้าเมืองไทย ผมนั่งรออยู่แถวนั้นแหละ พอเริ่มหัวค่ำผมก็เข้าไปในคาเฟ่เสมือนคนเที่ยวคนหนึ่ง เจอละอีเด็กคาเฟ่ของไอ้ผัวขี้ปี้ชุดเหลืองมาเชียว หน้าตาก็น่ารักดีแบบอีสานสไตล์ นมใหญ่นำหน้ามาเลย ผมสั่งแฟนต้าน้ำแดงกับข้าวหมูทอดกระเทียมกินไปพลางๆมีเด็กๆมาขอนั่งด้วยแต่ผมปฏิเสธไป

 

เอาล่ะชิ้นงานผมมาละ มันเป็นเสี่ยหน้าตี๋ๆใส่เสื้อเหลืองเงาวับหนีบกระเป๋าไว้ที่จักกะแร้มาเลย แบบนี้สิดีสังเกตุง่ายดี แต่ความหน้าเบื่อคือผมต้องรอพวกมันกลับนี่แหละ มันนานมากกว่าพวกมันจะกลับบ้านกัน ช่างแม่ง นั่งดูนักร้องรอไปละกัน…. โอเคตีสองกว่าละ เริ่มมีการไหว้สวัสดีกันแล้ว ผมจ่ายเงินค่าข้าวและน้ำอัดลมหลายขวดเดินออกมารอที่มอเตอร์ไซค์ของผม ผมขี่ออกไปหน้าพระรามเก้าคาเฟ่เพื่อรอชิ้นงานทั้งสองของผมออกมา

 

มาละไอ้เสี่ยผัวขี้ปี้ออกมาพร้อมอีเด็กคาเฟ่ชู้ของมัน มันขับรถวอลโว่ออกไป วอลโว่รถที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุด ใช่ปลอดภัยแน่เพราะผมจะไม่จัดการมันขณะขับรถ เพราะมันเสี่ยง เสี่ยงรถกระแทกโดนผมเอง เสี่ยงยิงไม่โดนอีก อะไรเสี่ยงๆก็ไม่ทำมันซะดีที่สุด ผมตามมันไปถึงอพาร์เม้นท์แห่งหนึ่งแถวเพชรบุรีตัดใหม่ ด้วยความเมาของมันสองคนมันไม่ได้สังเกตุว่าผมตามมันมาตั้งแต่คาเฟ่จนถึงอพาร์ทเม้นต์ผมคิดในใจไอ้เสี่ยนี่หรูเหมือนกันแฮะ อพาร์ทเม้นต์ไม่ใช่กระจอกนะค่อนข้างดีทีเดียว ผมตามมาถึงลานจอดรถด้านนอกที่มันวนหาที่จอดอยู่ ผมจอดมอเตอร์ไซค์แล้วค่อยๆตามไปพร้อมอุปกรณ์ในการทำงานที่พกเอาไว้

 

ทั้งสองจอดรถแล้วกำลังจะลงมา การจัดการให้ไวก็ต้องเงียบ ผู้หญิงนี่แหละตัวเสียงดังเลย มีห่าอะไรแหกปากไว้ก่อน ถ้าแหกปากยามก็จะโผล่มา ผมต้องอาศัยว่าไอ้เสี่ยมมันเมามากแค่ไหน จากที่สังเกตุมันก็ดื่มไม่ใช่น้อย ขับรถเซไปเซมา ฉะนั้นต้องจัดการกับผู้หญิงก่อน ผมเริ่มงานที่ด้านหลังรถตอนที่มันถอยจอด ผู้หญิงลงมาก่อนซึ่งเป๋ลงมาเลย ผมปิดปากเธอกระชากลงพื้นแล้วจัดการอย่างไว แทงหลายๆทีให้เหมือนเหตุเกิดจากความแค้นแรงหึงของแฟน ของห่าอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จากมือปืน วิญญาณเธอหลุดลอยไปทันทีผู้รู้สึกได้ ไอ้เสี่ยแทบไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ามัจจุราชของมันอยู่ห่างมันไม่ถึงเมตร ผมย่องไปด้านหลังรถ ไอ้เสี่ยเปิดประตูลงมามองซ้ายขวา

 

“เชอรี่ เชอรี่อยู่หนาย”

 

ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่ ใช่ ปลอดภัยแน่ถ้ามันยังอยู่ข้างใน แต่เมื่อออกมานอกวอลโว่ก็หมดความปลอดภัยแล้ว ผมจัดการปิดปากและใช้อุปกรณ์ทำครัวกระหน่ำลงไปที่พุงป่องๆของมัน ผมกดมันลงพื้นข้างรถมันนั่นแหละ ตาเบิกโพรงเหมือนหมูที่ถูกเชือด ผมเอากระเป๋าหนีบมันมาด้วย แหวน นาฬิกาอีก ทางฝั่งนักร้องผมก็รื้อกระเป๋าเอาเงินและของมีค่าออกมาหมดแม้แต่ทองที่คอ เพราะมันจะดูเหมือนชิงทรัพย์มากกว่าอะไรที่สุด งานนี้ตำรวจต้องคิดว่า ชิงทรัพย์ ไม่ก็ฆ่าเพราะหึงหวงก่อนล่ะ  ผมนั่งอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยขี่ออกไปพร้อมคนอื่น เป็นธรรมดาของอพาร์ทเม้นท์ที่จะมีมอเตอร์ไซค์เข้าออกช่วงดึกๆ คนมาหาแฟนบ้าง มาหาเพื่อนบ้าง ผมกลับมาที่บ้านสลัมข้างบึงเน่าๆในซอยรัชฏภัณท์หรือซอยหมอเหล็ง หลับไปตื่นถึงเช้าข้าวของที่ได้มาผมก็โยนทิ้งไปในบึงเน่าๆนั่นแหละ เอาไปขายก็ซวยสิ จริงมั้ยครับ สามสี่วันผมไปรับเงินจากเจ๊หยง แม่ค้ากล้วยแขกที่ตลาดเพราะทำงานบรรลุเป้าหมายแล้ว ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับงานนี้ แต่อย่างที่บอกมันไม่มีอะไรที่ง่ายหรอกครับ เพราะกรรมที่ผมทำไปมันกำลังจะกลับมาหาผมเอง ก่อนอื่นเลยผมรับงานมาผมไม่ได้สนหรอกใครเป็นใครก็ทำตามที่คนจ้างสั่ง แต่ที่แน่ๆอีเด็กคาเฟ่คนนี้มันไม่ธรรมดา นอกจากมันจะเป็นเด็กไอ้เสี่ยผีวขี้ปี้นี่แล้ว มันเสือกเป็นเด็กคนโปรดของนายทหารคนหนึ่งด้วยน่ะสิ นักร้องดังๆดาวคาเฟ่ชอบเป็นเมียตลกสมัยนั้นหมด มันเลยมาเล็งเด็กดริ้งธรรมดากัน แล้วทำไมต้องเป็นอีนี่ด้วยวะ ผมคิดแบบนั้น ผมได้ยินผ่านอีเจ๊หยงมาว่าไอ้นายทหารนี่มันจะตามล่าหาคนที่จัดการเด็กของมันให้ได้ นั่นก็คือผม เอาล่ะสิ ความรู้สึกเหมือนโดนตามล่าซะเอง ทำไงดี….

 

เพียงแค่3วัน ลูกน้องคนสนิทนายทหารใหญ่กลับหาตัวคนฆ่าไอ้เสี่ยและเด็กคาเฟ่มันได้แล้ว ทุกอย่างทำไม่ต่างจากผม ไปเจอ พาไปจัดการ ทิ้งคลองเน่าๆให้เหมือนอุบัติเหตุ แล้วไอ้คนที่ตายมันคือใครวะ ผมยังนั่งระแวงตัวเองอยู่ในสลัมอยู่เลย ผมคิดว่าไอ้ลูกน้องนายทหารนี่มันก็ขี้เกียจจะทำงานนั่นแหละ เจ้านายปี้มีความสุข ลูกน้องกลับต้องมาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ ผมได้ยินมาว่ามันไปจัดการไอ้แมงดาแฟนหนุ่มของอีเชอรี่เด็กคาเฟ่ ว่ามันหึงหวงอีเชอรี่ และขโมยของไปซื้อยา คนตายจะไปพูดอะไรได้ นายทหารใหญ่พอใจแล้วก็คงหาเด็กใหม่ไปบำเรอกามเหมือนเดิม ลูกน้องมันก็สบายใจเพราะจบงานได้ง่ายๆ ผมกับอีเจ๊หยงก็โล่งใจ เงินมีใช้ ชีวิตก็ยังอยู่ เมียไอ้เสี่ยก็พอใจ ผัวตายสาวมาก็ไม่ถึงตัว ทำเป็นร้องไห้ต่อหน้าตำรวจไป ตำรวจก็เหมือนปิดคดีได้แบบงงๆเพราะก็เสือกมีพยานเห็นจริงว่าไอ้แมงดานี่มาที่อพาร์ทเม้นต์และเห็นว่าหลังจากวันนั้นไปนั่งเล่นยาจริง คนที่ซวยก็คงเป็นไอ้แมงดาแฟนอีเชอรี่ที่เสือกขึ้นไปที่ห้องอีเชอรี่แล้วลงมาเดินวนไปมาแถวลานจอดรถนี่แหละ เห็นมั้ยครับอะไรๆมันก็ไม่แน่นอน อะไรจะง่ายก็ง้ายง่าย บทจะยากก็ยากฉิบหาย เฮงซวยจริงๆ แล้วผมจะเอาเคสอื่นมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

 

อ่านตอนที่1ได้ที่

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตรตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เปิดภาพเน็ตไอดอลดังหลังโมเครื่องใหม่ เบ้าหน้าราวกับแฝดใหม่ดาริกา

เปิดภาพเน็ตไอดอลดังหลังโมเครื่องใหม่ เบ้าหน้าราวกับแฝดใหม่ดาริกา

ใครจะไปนึกเมื่ออดีตเน็ตไอดอลดังได้ไปโมเเครื่องใหม่กลับมารายงานตัวให้ถูกตาถูกใจชาวโซเเชียลอีกแล้วจ้า หลายๆคนอาจจะลืมๆไปแล้วแต่ตอนนี้เธอกลับมาให้ต้องจำกันในความทรงจำอีกแล้ว แถมไม่ได้มาเปล่าเมื่อเธอได้ไปโมเครื่องใหม่จนหน้าละม้ายคล้ายดาราสาวสุดสวยอย่างใหม่ ดาริกาอีกเสียด้วย

 

เปิดวาร์ปเต็มตา ทำ IG กระฉูด กับอดีตครูบลูที่รัก วันนี้เธอคือเน็ตไอดอลสุดแซ่ป!!

ทำให้ IG ร้อนเป็นไฟอยู่เรื่อยๆกับ บลู จิรารัตน์ ชานันโท  หรือ ครูบลู ขวัญใจชายหนุ่มน้อยใหญ่ ที่มาวันนี้เธอเป็น เน็ตไอดอลเซ็กซี่เต็มตัว แถวโชว์ความแซ่ปให้หนุ่มๆแทบคลั่งจนน้ำหลั่งกันอยู่เรื่อยๆ อินสตาแกรมของเธอสำหรับชายหนุ่มน้อยใหญ่ ตามไปกดไลก์กดแชร์กันได้ใน IG ชื่อ  blue_jirarat