thainows

งานนี้มีคนโดนสอบ นาวิกสหรัฐฯบินเครื่องบินเป็นรูปลึงก์

สองนักบินนาวิกฯ น่าจะถูกสอบวินัยฐานนำเครื่องบินวาดรูปหัวลึงก์บนท้องฟ้า ทางใต้ของรัฐ เซาท์แคโรไลน่าแต่แล้วทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานได้กลับเปิดเผยว่า ทั้งสองจะยังคงทำหน้าที่ต่อ

“สองนักบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ ถูกสอบสวนทางวินัยในกรณีดังกล่าวในช่วงที่เกิดเหตุของวันที่ 23 ตุลาคม ว่าด้วยเรื่องเส้นทางการบินที่จงใจบินเป็นเส้นทางรูปหัวลึงก์เพื่อให้ปรากฎบนจอเรดาร์สแดงผลการบิน” พันตรี โจเซฟ แพทเทอร์สัน จากหน่วย 3rd Marine Aircraft Wing ได้ให้สัมภาษณ์ และทางฝ่ายนาวิกโยธินต้นสังกัดไม่ได้เปิดเผยถึงบทลงโทษแก่นักบินทั้งสอง

นักบินทั้งสองประจำการอยู่ที่ Marine Corps Air Station Miramar, แคลิฟอร์เนีย ทำการบินด้วยเครื่องแบบ T-34C.

โดยเส้นทางการบินถูกเปิดเผยและแชร์ต่อกันผ่านทาง ทวิตเตอร์ โดยบัญชี Aircraft Spots

ปิดตำนานอุดม ชวนชื่น มะเร็งตับ คร่าชีวิต

เป็นที่ช็อกทั้งวงการตลก เมื่อมีข่าวร้ายจากฝั่งตลกคณะชวนชื่น ถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของตลกรุ่นปู่ อุดม ชวนชื่น บิดาของตลกรุ่นใหม่ขวัญใจสายแว๊นส์ แจ๊ส สปุกนิกฯ

โดยเช้าวันนี้ 24 ธ.ค. 2561 บรรดาศิลปินตลกที่ทราบข่าวการจากไปของพ่อดม ได้พร้อมใจกันไว้อาลัยบนและแจ้งข่าวให้แฟนๆได้ทราบถึงการจากไป ทั้งคุณ ชูษี เชิญยิ้ม
หลับให้สบายครับ พ่อดม ปิดตำนานตลก. คนแต่งเพลงและคนร้องเพลง. “พิษรักพิษณุโลก” RiP.  

คุณบอลเชิญยิ้ม
หลับให้สบายนะครับ เหนื่อยมาทั้งชีวิตแล้วครับรักและอาลัยขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวชวนชื่นครับ🙏🙏🙏😭😭😭พ่อดม….

อุดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง เป็นชาวบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีอาชีพเป็นลิเก โดยพ่อดม ชวนชื่น ชอบเรื่องดนตรี จึงสามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงลิเกได้ทุกชิ้น ก่อนจะเข้ามารับบทเป็นพระเอกลิเก จากนั้นเข้าสู่วงการตลกและวงการบันเทิง เป็นที่เคารพรักของพี่น้องตลกและคนในวงการบันเทิง กระทั่งจากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัย 84 ปี

เผยเรื่องช็อคทั้งโลก!! ซ่องลิงที่อินโดนีเซีย!!

เดลี่เมล สื่อชื่อดังได้รายงานเรื่องราวอันน่าหดหู่ของลิงอุรังอุตังเพศเมียตัวหนึ่งที่ชื่อ โพนี่  ลิงอุรังอุตังกำพร้า มันถูกพรากมาจากอกแม่ตั้งแต่ยังเป็นลูกลิงตัวน้อย ชาวบ้านได้เอามันออกมาจากป่า และเอาไปขังไว้ที่ซ่องในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารห่างไกลผู้คนในประเทศอินโดนีเซีย โพนี่ไม่ได้ถูกเลี้ยงให้เป็นสัตว์เลี้ยงหรือให้คนไว้ดูเล่น แต่มันถูกเลี้ยงมาเพื่อให้เป็นที่สนองตัณหาของมนุษย์
เจ้าของซ่องจับโพนี่ล่ามโซ่ แต่งหน้าและใส่น้ำหอมให้มัน รวมทั้งโกนขนทุก ๆ 2 วัน เพื่อเอาใจลูกค้า ในแต่ละวัน เหล่าชาวสวนปาล์มจะเดินทางเข้ามาที่ซ่องแห่งนี้ เพื่อกระทำชำเราโพนี่ และจ่ายเงิน 70 บาท ให้เจ้าของซ่องเป็นค่าบริการ…

โดยทีมเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยเหลือโพนี่ออกมาจากนรกบนดินแห่งนั้น และปัจจุบันโพนี่อยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูชีวิตลิงอุรังอุตังขององค์กรบีโอเอสเอฟ พร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 7 ตัว แม้ว่าตอนนี้โพนี่จะมีความสุขและสุขภาพดีมาก แต่ทีมเจ้าหน้าที่คิดว่าพวกเขาคงไม่สามารถปล่อยมันเข้าป่าได้ เพราะมันเติบโตมาท่ามกลางการดูแลของมนุษย์ และมันก็อายุมากเกินว่าจะพัฒนาสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตามธรรมชาติแล้ว….

ตอนนี้เวลาผ่านไป 15 ปี แล้ว จากลิงอุรังอุตังน่าเวทนาในวันนั้น ได้กลายเป็นลิงอุรังอุตังที่มีความสุข ได้กินอาหารที่ดี มีคนดูแล ได้ปีนป่ายต้นไม้ตามชีวิตธรรมชาติ เป็นชีวิตแสนสุขที่โพนี่คงไม่เคยนึกฝันว่าจะได้พบเจอ เพราะที่ผ่านมา มันไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตรตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร

ตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เคสบางเคสแค่เดินไป เจอเป้าหมาย ยิงทิ้ง เดินกลับ หนี กบดาน ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ บางเคสมันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดกัน….

เมื่อปี2535 ผมรับงานให้ยิงผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง เหตุผลเหรอครับ…ผมไม่ทราบและผมไม่ได้อยากจะรู้สักนิด จะตกปลามากินทำไมต้องรู้ว่าเพราะอะไรก็แค่หิว ซึ่งตอนนี้ผมก็หิว หิวเงิน ไม่มีเงินท้องก็ไม่อิ่ม

งานที่ผมรับงานนี้มีราคาไม่ถึง40,000บาท มันคือราคาชีวิตของผู้รับเหมาหน้าใหม่คนหนึ่ง อายุเพียง39เท่านั้น…แต่ผมไม่สงสารหรอกเพราะผมไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ

ผมไม่เหมือนพี่เป้ อูซี่แอดมินผู้ก่อตั้งซุ้มมังกร พี่เป้มีความรู้สึกของความเป็นมนุษย์แต่ผมไม่ใช่ การฆ่าให้เงียบก็ต้องมีด ไม่ก็เชือกมันจะเห็นสายตาความแค้น ความเจ็บใจ หรือวิงวอนของชิ้นงาน ถ้าใส่ใจมากเกินไปมันจะไปทำร้ายตัวผมเองให้รู้สึกผิด

คืนหนึ่งผมจำเป็นต้องไปลงงานแล้ว ผมเหน็บปืนพกไปหนึ่งกระบอก และมีดคู่ใจหนึ่งเล่มก็มีดทำครัวธรรมดานี่แหละ ผมลอบเข้าไปในบ้านเป้าหมายของผมซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวรามอินทรา สมัยนั้นไม่มีหรอกกล้องวงจรปิดแบบสมัยนี้ ทำอะไรก็ง่ายไปหมด ผมใช้กุญแจผีไขประตูหน้านี่แหละง่ายดี ด้านล่างไฟดับอยู่แปลว่าไม่น่ามีคนเพราะไฟข้างบนเปิดอยู่ บอกให้รู้ได้เลยว่าอยู่ห้องไหน ง่ายดีจริงๆ ผมเดินขึ้นไปชั้นสองและไปที่ห้องของเป้าหมาย ผมเอาปืนพกขึ้นจ่อที่เป้าหมายทันทีเพื่อไม่ให้มันขยับและส่งเสียง…

ถ้ามีแต่เป้าหมายมันก็ดีน่ะสิ แล้วอีแก่ที่นอนป่วยบนเตียงนั่นใครวะ ชิบหายล่ะสิ ในหัวผมมันมโนขึ้นมาถึงแม่แก่ๆของผมที่นอนอยู่ในสลัมที่ซอยหมอเหล็งแถวราชปรารภเลย

ไอ้เสี่ยรับเหมาล้มทั้งยืน แก้วน้ำในมือมันหล่นแตก น้ำกระจายเต็มพื้นห้อง ผมรับรู้ได้ถึงความกลัวของมันได้ทันที อีแก่ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของมันนอนนิ่งไม่ได้หันมามองผมสักนิดราวกับผมไม่มีตัวตนเป็นแค่ลมมรณะที่พัดเข้ามาในบ้าน ไอ้เสี่ยมันยกมือไหว้ผมหลับตาปี๋ราวกับผมเป็นภูติผีเจ้ากรรมนายเวรของมัน ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆมัน

“ใครจ้างพี่มา อย่าทำผมเลย ผมต้องเลี้ยงแม่ผมอีก ผมให้เงินพี่เพิ่มก็ได้ แค่อย่าทำผม”

ผมไม่ได้สนใจสิ่งที่มันพูด ซึ่งผมจะรับเงินแล้วปล่อยมันไปก็ได้ แต่มันจะซวยผมน่ะสิ ไอ้เสี่ยคุดตัวนั่งตรงพื้นข้างเตียงใกล้แม่มัน

“หันหลังเดี๋ยวนี้” ผมสั่ง

มันหันหลังแต่โดยดี จากนั้นผมหยิบหมอนมากดหัวมันลงพื้นแล้วแล้วเอาปืนจ่อ ร่างมันสั่นเหมือนคนชัก เยี่ยวราดออกมาน่าสมเพช ผมใช้ปืนกดลงตรงหมอนให้แน่นกันเสียงดัง

“ยิงลูกป้าแล้วก็ยิงป้าด้วยนะหนุ่ม”

เสียงแหบแห้งของแม่มันพูดขึ้นมา ผมหันไปมองตาของเธอมองผมคล้ายจะวิงวอนให้ผมส่งวิญญาณเธอไปพร้อมกับลูกเธอ ในหัวผมตอนนี้เริ่มสับสน ผมไม่รู้ว่าไอ้เสี่ยนี่ไปมีปัญหาขัดผลประโยชน์กับใคร แต่ที่เห็นคือมันต้องเลี้ยงแม่มัน แม่ที่ป่วยเหมือนที่แม่ผมป่วยนอนในสลัมเหม็นน่ำเน่าๆ ผมจะทำยังไงดี ปล่อยมันผมตายแน่นอน ใครที่ทำงานไม่สำเร็จก็ต้องโดนตามเก็บ

ผมคลายมือจากหมอนออก ไอ้เสี่ยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมากอดแม่มันไว้ร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ ผมเดินไปที่ปลายเตียงแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งตรงมุมห้อง

“40,000คือค่าตัวคุณ”

เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะหมายความว่ายังไง มันรีบวิ่งไปที่ลิ้นชักหยิบเงินขึ้นมาปึกหนึ่ง มันเป็นแบงค์500ทั้งหมด ดูแล้วรวมๆน่าจะมีประมาณ50,000 มันค่อยๆยื่นให้ผม ผมรับเงินมาใส่ในกระเป๋ากางเกง ผมสั่งให้มันไปยืนตรงแม่มัน

“จำหน้าผมได้ไหม” ผมถาม

“จำไม่ได้ครับ ผมไม่เห็นอะไรเลย” มันตอบ

จากนั้นผมก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนมันกับแม่ ผมยืนอยู่นอกห้องสักพักเพื่อคิดไตรตรองให้รอบคอบว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไงต่อ ผมใช้ความคิดเกือบห้านาที ผมก็เดินเข้าไปในห้องใหม่ คว้าปืนขึ้นมายิงไอ้เสี่ยด้านหลังทันทีโดยที่มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันตายแล้ว จากนั้นผมก็ยิงแม่ที่นอนป่วยของมันเข้ากลางแสกหน้าให้พ้นทุกข์จากโรคที่เป็นอยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าป่วยเป็นอะไร ช่างแม่งไม่เกี่ยวกับกู…

ผมออกมาพร้อมเงิน50,000ฟรีๆ เงินที่จะเอาไว้สร้างตัว เอาไว้รักษาแม่ผม จริงๆผมไม่คิดจะปล่อยให้มันรอดแต่แรกแล้วล่ะ แต่ลองดูเล่นๆเผื่อได้เงินเพิ่ม เออ แล้วมันก็ได้จริงๆ เอาน่ะ อยากน้อยมันสองคนก็ตายแบบไม่รู้ตัวว่าตาย งานผมก็เสร็จ คนจ้างก็ดีใจ วินวินทุกฝ่าย ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้งานรับเหมาเนี่ยมันไม่ขัดแข้งขัดขาใคร หรือประมูลงานตัดหน้ากันรึเปล่า ไม่ก็แย่งหมอนวดกัน โอ้ย สารพัดเรื่องที่คนจะฆ่ากันได้ ช่างแม่งขี้เกียจเอามาใส่ใจ รู้ว่างานจบพอ

นี่ก็แค่เคสๆหนึ่งที่ผมจัดการผ่านมา ครั้งหน้าผมจะเอาเคสอื่นมาเล่าให้ฟังละกันครับ…

แป๊ะ ถนอมมิตร

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร ตอนที่2 “เฮง&ซวย”

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร

 

ตอนที่2 “เฮง&ซวย”

 

งานบางงานดูเหมือนง่ายไม่มีอะไร เดินเข้าไปยิงทิ้งไม่ก็แทง แล้วก็เดินหนีออกมา กบดานสักเดือน รับงานใหม่ มันก็เป็นแบบนี้มาหลายงานอยู่จนกระทั่งผมรับงานมาจากซุ้มเจ๊หยงที่ตลาดศรีดินแดง พูดถึงเจ๊หยง เจ๊แกอายุประมาณ50กว่าหน้าฉากแกขายกล้วยแขกบังหน้า พูดไปถ้าป้าแกไม่เป็นเจ้าแม่ในตลาด เจ๊แกก็ขายกล้วยแขกได้เยอะมากต่อวันเพราะว่ามันอร่อยจริงๆ ผมเดินไปหาแกช่วงบ่ายๆ

 

“กล้วยทอด4บาท” ผมส่งรหัสลับ

 

“รอแปบ” เจ๊หยงตอบ

 

“เจ๊ ถ้าคนอื่นซื้อกล้วยทอด4บาท เจ๊ก็ส่งของให้เหรอ” ผมถามด้วยความสงสัย

 

“ก็กูแปะไว้ว่าถุงละ5บาท แล้วใครจะซื้อ4บาทวะ อีกอย่างกูจำหน้ามึงได้ ถึงมึงจะซื้อ5บาท10บาทกูก็ส่งงานให้มึงอยู่ดี ไอ้ควาย” เจ๊หยงตอบจนผมไม่อยากจะสงสัยแล้ว

 

ผมเดินออกมานั่งใต้แฟลตดินแดงตรงบริเวณที่ปลอดคน ผมหยิบเงินส่วนของครึ่งแรกและซองจดหมายซองหนึ่งออกมาจากถุงกล้วยแขกแล้วอ่านพร้อมกับกินกล้วยแขกไปด้วย เป้าหมายของผมงานนี้ผมดูแล้วง่ายกว่างานไหนๆเพราะมันเป็นงานที่กระจอกๆมากแถมเงินดี

 

“ยิงผัวกับชู้”

 

งานแม่บ้านขี้หึงจ้างยิงผัวติดเด็กคาเฟ่ เงินก็ดี พิษรักแรงหึงทำให้จ่ายเงินได้โดยไม่คิด ผมดูรูปไอ้ผัวขี้ปี้กับรูปเด็กคาเฟ่ของมัน โอเค คืนนี้วันศุกร์ซึ่งเป็นวันที่ไอ้ผัวขี้ปี้นี่ไปเที่ยวพอดี ผมขี่รถไปแถวพระราม9ใกล้ๆคาเฟ่ที่มีตลกชื่อดังเยอะๆทั่วฟ้าเมืองไทย ผมนั่งรออยู่แถวนั้นแหละ พอเริ่มหัวค่ำผมก็เข้าไปในคาเฟ่เสมือนคนเที่ยวคนหนึ่ง เจอละอีเด็กคาเฟ่ของไอ้ผัวขี้ปี้ชุดเหลืองมาเชียว หน้าตาก็น่ารักดีแบบอีสานสไตล์ นมใหญ่นำหน้ามาเลย ผมสั่งแฟนต้าน้ำแดงกับข้าวหมูทอดกระเทียมกินไปพลางๆมีเด็กๆมาขอนั่งด้วยแต่ผมปฏิเสธไป

 

เอาล่ะชิ้นงานผมมาละ มันเป็นเสี่ยหน้าตี๋ๆใส่เสื้อเหลืองเงาวับหนีบกระเป๋าไว้ที่จักกะแร้มาเลย แบบนี้สิดีสังเกตุง่ายดี แต่ความหน้าเบื่อคือผมต้องรอพวกมันกลับนี่แหละ มันนานมากกว่าพวกมันจะกลับบ้านกัน ช่างแม่ง นั่งดูนักร้องรอไปละกัน…. โอเคตีสองกว่าละ เริ่มมีการไหว้สวัสดีกันแล้ว ผมจ่ายเงินค่าข้าวและน้ำอัดลมหลายขวดเดินออกมารอที่มอเตอร์ไซค์ของผม ผมขี่ออกไปหน้าพระรามเก้าคาเฟ่เพื่อรอชิ้นงานทั้งสองของผมออกมา

 

มาละไอ้เสี่ยผัวขี้ปี้ออกมาพร้อมอีเด็กคาเฟ่ชู้ของมัน มันขับรถวอลโว่ออกไป วอลโว่รถที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุด ใช่ปลอดภัยแน่เพราะผมจะไม่จัดการมันขณะขับรถ เพราะมันเสี่ยง เสี่ยงรถกระแทกโดนผมเอง เสี่ยงยิงไม่โดนอีก อะไรเสี่ยงๆก็ไม่ทำมันซะดีที่สุด ผมตามมันไปถึงอพาร์เม้นท์แห่งหนึ่งแถวเพชรบุรีตัดใหม่ ด้วยความเมาของมันสองคนมันไม่ได้สังเกตุว่าผมตามมันมาตั้งแต่คาเฟ่จนถึงอพาร์ทเม้นต์ผมคิดในใจไอ้เสี่ยนี่หรูเหมือนกันแฮะ อพาร์ทเม้นต์ไม่ใช่กระจอกนะค่อนข้างดีทีเดียว ผมตามมาถึงลานจอดรถด้านนอกที่มันวนหาที่จอดอยู่ ผมจอดมอเตอร์ไซค์แล้วค่อยๆตามไปพร้อมอุปกรณ์ในการทำงานที่พกเอาไว้

 

ทั้งสองจอดรถแล้วกำลังจะลงมา การจัดการให้ไวก็ต้องเงียบ ผู้หญิงนี่แหละตัวเสียงดังเลย มีห่าอะไรแหกปากไว้ก่อน ถ้าแหกปากยามก็จะโผล่มา ผมต้องอาศัยว่าไอ้เสี่ยมมันเมามากแค่ไหน จากที่สังเกตุมันก็ดื่มไม่ใช่น้อย ขับรถเซไปเซมา ฉะนั้นต้องจัดการกับผู้หญิงก่อน ผมเริ่มงานที่ด้านหลังรถตอนที่มันถอยจอด ผู้หญิงลงมาก่อนซึ่งเป๋ลงมาเลย ผมปิดปากเธอกระชากลงพื้นแล้วจัดการอย่างไว แทงหลายๆทีให้เหมือนเหตุเกิดจากความแค้นแรงหึงของแฟน ของห่าอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จากมือปืน วิญญาณเธอหลุดลอยไปทันทีผู้รู้สึกได้ ไอ้เสี่ยแทบไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ามัจจุราชของมันอยู่ห่างมันไม่ถึงเมตร ผมย่องไปด้านหลังรถ ไอ้เสี่ยเปิดประตูลงมามองซ้ายขวา

 

“เชอรี่ เชอรี่อยู่หนาย”

 

ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่ ใช่ ปลอดภัยแน่ถ้ามันยังอยู่ข้างใน แต่เมื่อออกมานอกวอลโว่ก็หมดความปลอดภัยแล้ว ผมจัดการปิดปากและใช้อุปกรณ์ทำครัวกระหน่ำลงไปที่พุงป่องๆของมัน ผมกดมันลงพื้นข้างรถมันนั่นแหละ ตาเบิกโพรงเหมือนหมูที่ถูกเชือด ผมเอากระเป๋าหนีบมันมาด้วย แหวน นาฬิกาอีก ทางฝั่งนักร้องผมก็รื้อกระเป๋าเอาเงินและของมีค่าออกมาหมดแม้แต่ทองที่คอ เพราะมันจะดูเหมือนชิงทรัพย์มากกว่าอะไรที่สุด งานนี้ตำรวจต้องคิดว่า ชิงทรัพย์ ไม่ก็ฆ่าเพราะหึงหวงก่อนล่ะ  ผมนั่งอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยขี่ออกไปพร้อมคนอื่น เป็นธรรมดาของอพาร์ทเม้นท์ที่จะมีมอเตอร์ไซค์เข้าออกช่วงดึกๆ คนมาหาแฟนบ้าง มาหาเพื่อนบ้าง ผมกลับมาที่บ้านสลัมข้างบึงเน่าๆในซอยรัชฏภัณท์หรือซอยหมอเหล็ง หลับไปตื่นถึงเช้าข้าวของที่ได้มาผมก็โยนทิ้งไปในบึงเน่าๆนั่นแหละ เอาไปขายก็ซวยสิ จริงมั้ยครับ สามสี่วันผมไปรับเงินจากเจ๊หยง แม่ค้ากล้วยแขกที่ตลาดเพราะทำงานบรรลุเป้าหมายแล้ว ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับงานนี้ แต่อย่างที่บอกมันไม่มีอะไรที่ง่ายหรอกครับ เพราะกรรมที่ผมทำไปมันกำลังจะกลับมาหาผมเอง ก่อนอื่นเลยผมรับงานมาผมไม่ได้สนหรอกใครเป็นใครก็ทำตามที่คนจ้างสั่ง แต่ที่แน่ๆอีเด็กคาเฟ่คนนี้มันไม่ธรรมดา นอกจากมันจะเป็นเด็กไอ้เสี่ยผีวขี้ปี้นี่แล้ว มันเสือกเป็นเด็กคนโปรดของนายทหารคนหนึ่งด้วยน่ะสิ นักร้องดังๆดาวคาเฟ่ชอบเป็นเมียตลกสมัยนั้นหมด มันเลยมาเล็งเด็กดริ้งธรรมดากัน แล้วทำไมต้องเป็นอีนี่ด้วยวะ ผมคิดแบบนั้น ผมได้ยินผ่านอีเจ๊หยงมาว่าไอ้นายทหารนี่มันจะตามล่าหาคนที่จัดการเด็กของมันให้ได้ นั่นก็คือผม เอาล่ะสิ ความรู้สึกเหมือนโดนตามล่าซะเอง ทำไงดี….

 

เพียงแค่3วัน ลูกน้องคนสนิทนายทหารใหญ่กลับหาตัวคนฆ่าไอ้เสี่ยและเด็กคาเฟ่มันได้แล้ว ทุกอย่างทำไม่ต่างจากผม ไปเจอ พาไปจัดการ ทิ้งคลองเน่าๆให้เหมือนอุบัติเหตุ แล้วไอ้คนที่ตายมันคือใครวะ ผมยังนั่งระแวงตัวเองอยู่ในสลัมอยู่เลย ผมคิดว่าไอ้ลูกน้องนายทหารนี่มันก็ขี้เกียจจะทำงานนั่นแหละ เจ้านายปี้มีความสุข ลูกน้องกลับต้องมาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ ผมได้ยินมาว่ามันไปจัดการไอ้แมงดาแฟนหนุ่มของอีเชอรี่เด็กคาเฟ่ ว่ามันหึงหวงอีเชอรี่ และขโมยของไปซื้อยา คนตายจะไปพูดอะไรได้ นายทหารใหญ่พอใจแล้วก็คงหาเด็กใหม่ไปบำเรอกามเหมือนเดิม ลูกน้องมันก็สบายใจเพราะจบงานได้ง่ายๆ ผมกับอีเจ๊หยงก็โล่งใจ เงินมีใช้ ชีวิตก็ยังอยู่ เมียไอ้เสี่ยก็พอใจ ผัวตายสาวมาก็ไม่ถึงตัว ทำเป็นร้องไห้ต่อหน้าตำรวจไป ตำรวจก็เหมือนปิดคดีได้แบบงงๆเพราะก็เสือกมีพยานเห็นจริงว่าไอ้แมงดานี่มาที่อพาร์ทเม้นต์และเห็นว่าหลังจากวันนั้นไปนั่งเล่นยาจริง คนที่ซวยก็คงเป็นไอ้แมงดาแฟนอีเชอรี่ที่เสือกขึ้นไปที่ห้องอีเชอรี่แล้วลงมาเดินวนไปมาแถวลานจอดรถนี่แหละ เห็นมั้ยครับอะไรๆมันก็ไม่แน่นอน อะไรจะง่ายก็ง้ายง่าย บทจะยากก็ยากฉิบหาย เฮงซวยจริงๆ แล้วผมจะเอาเคสอื่นมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

 

อ่านตอนที่1ได้ที่

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตรตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

มันเป็นแฟชั่นเมื่อ Amber Heard ใส่เสื้อกลับด้านที่งานเปิดตัว Aquaman ประเทศจีน

มันเป็นแฟชั่นเมื่อ Amber Heard ใส่เสื้อกลับด้านที่งานเปิดตัว Aquaman ประเทศจีน

Amber Heard นักแสดงชื่อดังจากเรื่อง Aquaman ไปเปิดตัวหนังเรื่อง Aquaman ที่ประเทศจีนและเธอได้เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตจีนว่า

“นั่นเธอใส่เสื้อกลับหลังมารึเปล่า”

“สร่างรึยังยะหล่อน”

“ต้องเปิดหน้าขนาดนั้นมั้ย นมก็ไม่มี”

10 ภาพติดวิญญาณที่เกิดในประเทศไทยที่น่ากลัว ๆ มีที่ไหนบ้าง วันนี้เรามีภาพของบุคคลปริศนาที่ปรากฏบนภาพถ่ายมาฝาก ว่าแต่คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม?

10 ภาพติดวิญญาณที่เกิดในประเทศไทยที่น่ากลัว ๆ มีที่ไหนบ้าง วันนี้เรามีภาพของบุคคลปริศนาที่ปรากฏบนภาพถ่ายมาฝาก ว่าแต่คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? 

ที่ไม่เห็นไม่ใช่ไม่มี ! … หากเอ่ยถึงเรื่องราวลึกลับชวนสยองขวัญ หลายคนคงนึกถึงผีสางและวิญญาณหลอน ซึ่งถึงแม้เรื่องราวดังกล่าวจะพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่หลายคนอาจเคยสัมผัสพลังงานพิเศษบางอย่าง บ้างก็อาจจะเจอเรื่องราวลี้ลับที่อธิบายไม่ได้ ส่วนบางคนก็อาจจะประสบพบเจอแบบซึ่ง ๆ หน้า ตัวเป็น ๆ มาแล้ว และวันนี้เรามี 10 ภาพถ่ายติดวิญญาณ จากเว็บไซต์ painaidii.com มาฝาก ซึ่งภาพเหล่านี้เหมือนมีวิญญาณปรากฏอยู่ในภาพแบบหาที่ไปที่มาไม่ได้ แถมมาในแบบรูปแบบสุดหลอนให้ได้ชมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายคนก็บอกว่าเป็นมุมกล้องบ้าง เป็นแสงกระทบเงาบ้าง เอ…ว่าแต่ถ้าเป็นมุมกล้องจริง ทำไมโผล่มาแค่หน้าตัวไม่มี บ้างก็โผล่มาแต่ตัวหน้าไม่มี บางครั้งก็โผล่ไปในที่ที่ไม่ควรจะอยู่ละนี่ !!

 ภาพที่ 1

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– ประเดิมรูปแรกเป็นภาพวิญญาณสุดหลอนที่มากันแบบเต็ม ๆ หน้าเลยทีเดียว สำหรับภาพของชายหนุ่มสองคนที่ถ่ายรูปคู่กัน ต่างคนต่างยิ้มสู้กล้อง แต่กระนั้นก็เหมือนว่ามีคนพยายามที่จะยิ้มสู้กล้องด้วยเช่นกัน โดยกลางภาพนั้นปรากฏหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง (แบบจาง ๆ) กำลังยิ้มเห็นฟัน คล้ายอยากจะถ่ายรูปด้วย… 

 ภาพที่ 2

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– เป็นภาพสุดสะพรึงที่ถ่ายในงานศพแห่งหนึ่ง โดยตามธรรมเนียมของการมาร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพแล้ว เจ้าภาพมักจะถ่ายภาพแขกร่วมงานไว้เป็นที่ระลึก เพื่อเก็บภาพสุดท้ายระหว่างแขกร่วมงานและร่างที่ไร้วิญญาณซึ่งนอนอยู่ในโลง แต่ถ้าหากร่างที่ไร้วิญญาณกลับอยากออกมาร่วมชักภาพด้วยล่ะ คงจะหลอนกันแบบสุด ๆ ดังภาพต่อไปนี้ ซึ่งขณะที่แขกกำลังถ่ายภาพอยู่หน้าโลง กับมีร่างของชายคนหนึ่ง นั่งอยู่บนโลงศพ และหันหน้ามาหาตากล้อง ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่าอาจจะเป็นคนที่ไปนั่งอยู่บนนั้นก็ได้ แต่บนโลงศพมันใช่ที่นั่งกันที่ไหนล่ะ ว่าไหม ??

ภาพที่ 3   

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– ภาพจากเหตุการณ์การของเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายคน ที่กำลังช่วยชีวิตของชายคนหนึ่งอยู่ ซึ่งข้าง ๆ จุดที่กู้ภัยกำลังช่วยชีวิตนั้น มีจักรยานยนต์เปื้อนเลือดล้มอยู่ในจุดนั้น คาดน่าชายคนดังกล่าวน่าจะประสบอุบัติเหตุรถชน แต่ทั้งนี้เมื่อสังเกตในภาพดังกล่าว จะเห็นหน่วยกู้ภัยต่างช่วยชีวิตกันคนละไม้ละมือ แต่แล้วเมื่อสังเกตดี ๆ กลับเห็นภาพของชายคนหนึ่งหน้าเลือดอาบ ก้มมองร่างดังกล่าวอยู่ในวงนั้นด้วย งานนี้ หลายคนเลยมองว่าอาจจะเป็นวิญญาณของชายที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าวอยู่ก็เป็นได้ 

ภาพที่ 4   

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– ขึ้นชื่อว่ารถกู้ภัยหรือป่อเต็กตึ๋ง จะต้องมีตำนานสยองขวัญในรถเป็นแท้แน่ นั่นเป็นเพราะรถดังกล่าวต้องรับคนป่วย คนบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล บางคนก็ไม่รอดเสียชีวิตระหว่างทาง.. ส่วนภาพหลอนภาพนี้ ทำเอาขนลุกไม่เบา นั่นเป็นเพราะภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนถ่ายรูปคู่กับรถกู้ภัยระยอง แต่ในตัวรถด้านหลังกลับมีหน้าสีขาวบูดเบี้ยวไม่มีผม..โผล่มา !

 ภาพที่ 5

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– เป็นภาพหลอนในตำนานที่กลายเป็นข่าวดังออกโทรทัศน์กันเลยทีเดียว สำหรับภาพในงานศพพี่กู้ภัยรายหนึ่ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยคนร่วมงานศพก็ได้ถ่ายรูปคู่กับรูปของผู้ตายและชุดกู้ภัยซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของผู้ตาย 2 รูปด้วยกัน แต่เมื่อเปิดภาพดูก็ต้องตกใจ เมื่อภาพที่ 2 ที่ถ่าย มีขาของชายปริศนาคนหนึ่งไปยืนอยู่ด้านหลังแท่นวางรูปหน้าศพ ซึ่งเห็นเพียงแค่ส่วนขานุ่งกางเกงขายาวสีเขียวแก่แบบเดียวกับยูนิฟอร์มของมูลนิธิร่วมกตัญญูเลยทีเดียว

 และที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือขาในรูปดังกล่าว พบว่ามีขาข้างซ้ายสวมรองเท้าผ้าใบสีดำส่วนที่ขาข้างขวาไม่สวมรองเท้า ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ที่คนพบศพเล่าว่า ศพของผู้ตายสวมรองเท้าผ้าใบสีดำข้างเดียว คือข้างซ้าย เพราะข้างขวาหาไม่เจอ คาดว่าคงจะมีรถคันอื่นเหยียบติดล้อไปด้วย..

ภาพที่ 6

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– เหตุการณ์หลอนในห้องเรียน เมื่อจู่ ๆ ก็มีหน้าปริศนาในลักษณะขาวซีด ใต้ตาคล้ายรอยเลือด ปรากฏอยู่หน้าของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ซึ่งดูจากองศาของภาพแล้ว เป็นไปไม่ได้ว่าจะมีคนโผล่มาออกมาพอดิบพอดีในลักษณะอย่างนั้น แถมหน้าปริศนาดังกล่าว ยังจ้องกล้องตาเขม็งด้วย

ภาพที่ 7

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– สร้างความฉงนสงสัยให้กับผู้ที่พบเห็นไม่น้อย สำหรับภาพในงานวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งได้บันทึกภาพชิงช้าสวรรค์ ขณะกำลังหมุน และมีคนนั่งอยู่เต็มกระเช้า แต่เมื่อสังเกตดู ข้างบนของชิงช้าสวรรค์กลับพบร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง นั่งบนหลังคากระเช้าอันบนสุด ! งานนี้หลายคนมองว่าชายคนนั้นอาจจะพิเรนทร์ปีนขึ้นไป แต่ดูยังไง๊ ยังไง ก็เป็นไปได้ยากที่จะมีคนขึ้นไปนั่งบนกระเช้าชิงช้าสวรรค์แบบนั้น 

 ภาพที่ 8  

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– เป็นอีกภาพถ่ายสองคนแต่กลับมีร่างปริศนาโผล่มาอีกคน ! สำหรับภาพของชายคนหนึ่ง ที่ถ่ายรูปคู่กับนักแสดงร่างโย่งอย่าง โยกเยก ซึ่งในภาพนั้นปรากฏให้เห็นเขากับโยกเยกถ่ายรูปคู่กัน โดยโยกเยกนั้นได้โอบไหล่ผู้ชายคนนั้นไว้ แต่เมื่อมาสังเกตดูดี ๆ กลับเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมเฟรมด้วย เพราะเมื่อมองไปยังเงากระจกที่สะท้อนอยู่ด้านหลัง พบว่าถัดจากผู้ชายคนนั้น มีร่างของชายสวมเสื้อสีฟ้ายืนเอามือไขว้หลังอยู่ด้วย ในกระจกน่ะมี แต่หน้ากล้องน่ะไม่มี ! 

ภาพที่ 9  

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– กลายเป็นมือปริศนาที่เห็นแล้วอดตะลึงไม่ได้ สำหรับภาพของดาราสาวอย่างพิม ซาซ่า ที่ถ่ายรูปคู่กับต่าย ณัฐพล โดยสาวพิมได้โอบจากข้างหน้า แต่ทว่ามือที่โอบนั้น ดูแปลกตาซะเหลือเกิน เหมือนไม่ใช่มือเธอซะอย่างนั้น นั่นเป็นเพราะมือดูใหญ่ผิดปกติและเส้นเลือดขอดขึ้นชัดคล้ายกับมือผู้ชาย หนำซ้ำยังเป็นสีคล้ำตั้งแต่ช่วงข้อมือลงไปทั้ง ๆ ที่ตรงนั้นก็ไม่ได้มีเงาอะไรมาทับ เพราะหากมีเงาจริงก็ต้องทับหน้าดาราสาวด้วย..  ส่วนมือของสาวพิมจริง ๆ นั้นก็เล็กและไม่มีเส้นเลือดขอดเช่นนี้ แล้วมือดำปริศนาที่ว่านี้ล่ะมือใคร !

ภาพที่ 10   

10 ภาพกดติดวิญญาณ สุดหลอน.. ที่เกิดในประเทศไทย

– คาดว่าเป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานไหว้ครู ไม่ก็เป็นงานบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งมีบรรดานักเรียนได้คุกเข่าให้อาจารย์ผูกข้อมือ แต่กลับมีภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ไม่มีศีรษะ อยู่ในลักษณะคุกเข่าคล้ายกำลังไปหาอาจารย์ ซึ่งหน้าของหญิงคนดังกล่าวเป็นผู้ชายที่กำลังก้มหัวไหว้อาจารย์อยู่ งานนี้ไม่รู้เกิดการผิดพลาดทางเทคนิคของกล้องถ่ายรูปหรือเปล่า แต่ถ้าหากภาพเกิดวูบไหวจริง แล้วทำไมพื้นหลังที่ควรจะเป็นตำแหน่งของศีรษะหญิงสาวถึงไม่สั่นไหวล่ะ

เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน แต่ถ้าใครเปิดตอนกลางคืนก็คงจะหวั่น ๆ หน่อย  เพราะดีไม่ดีอาจจะมีแขกไม่รับเชิญมานั่งดูด้วยก็เป็นได้ ตัวใครตัวมันละทีนี้..

โลกตะลึง!! ทักษิณ พูดได้ 15 ภาษา (ชมคลิบ)

กลายเป็นคลิบที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกแล้ว เมื่อชาวเน็ตต่างได้ชมคลิบ เด็กชายทักษิณ ชาวกัมพูชาวัย 14 ปี ที่สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาซื้อของได้หลากหลายภาษา ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนึงที่ประเทศกัมพูชาเช่น ภาษาอังกฤษ, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษามาเลเซีย, ภาษาจีนกลาง, ภาษาเยอรมัน, ภาษาฝรั่งเศส, และภาษาไทย เป็นต้น
ทำให้คลิบดังกล่าวโด่งดังข้ามโลกในชั่วข้ามคืน จนตอนนี้มีสื่อหลายแห่งทั่วโลกต่างอยากจะได้หนูน้อยรายนี้มันสัมภาษณ์ ล่าสุดสื่อจีนรายหนึงเตรียมส่งตั๋วเครื่องบิน เชิญตัวไปสัมภาษณ์ พร้อมเปิดโอกาสให้ขึ้นเวทีร้องเพลงแสดงความสามารถแล้ว
โดยหนูน้อยทักษิณกล่าวว่า น้องชายวัย 11 ขวบของเขา ก็สามารถพูดได้มากถึง 11 ภาษาได้เช่นกัน

มีอึ้งทั้งโลกแฟชั่น เมื่อแบรนด์ดังปล่อยเครื่องประดับดีไซน์ +18

เป็นที่เรียกเสียงฮือฮา อื้อึง ทั้งไทยและนอกประเทศกับ แบรนด์ดัง YSL ยิปแซง ลอแลง ปล่อยเครื่องประดับใหม่ ดีไซน์คล้าย”หัวลึงค์” ทำเอาไทยนิวส์ต้องเร่งเช็กข่าวเป็นการใหญ่ ในที่สุดก็ได้คำตอบพร้อมรูปภาพกับสนนราคา 280 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยประกอบไปด้วยสร้อยคอ หัวลึงค์ และต่างหูหัวลึงค์ ที่ถูกสลักยี่ห้อ Saint Lauren บนเครื่องประดับ ไปชมภาพกัน