บทความ

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตรตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เรื่องจริงของแป๊ะ ถนอมมิตร

ตอนที่1″ก็แค่งานชิ้นนึง”

เคสบางเคสแค่เดินไป เจอเป้าหมาย ยิงทิ้ง เดินกลับ หนี กบดาน ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ บางเคสมันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดกัน….

เมื่อปี2535 ผมรับงานให้ยิงผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง เหตุผลเหรอครับ…ผมไม่ทราบและผมไม่ได้อยากจะรู้สักนิด จะตกปลามากินทำไมต้องรู้ว่าเพราะอะไรก็แค่หิว ซึ่งตอนนี้ผมก็หิว หิวเงิน ไม่มีเงินท้องก็ไม่อิ่ม

งานที่ผมรับงานนี้มีราคาไม่ถึง40,000บาท มันคือราคาชีวิตของผู้รับเหมาหน้าใหม่คนหนึ่ง อายุเพียง39เท่านั้น…แต่ผมไม่สงสารหรอกเพราะผมไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ

ผมไม่เหมือนพี่เป้ อูซี่แอดมินผู้ก่อตั้งซุ้มมังกร พี่เป้มีความรู้สึกของความเป็นมนุษย์แต่ผมไม่ใช่ การฆ่าให้เงียบก็ต้องมีด ไม่ก็เชือกมันจะเห็นสายตาความแค้น ความเจ็บใจ หรือวิงวอนของชิ้นงาน ถ้าใส่ใจมากเกินไปมันจะไปทำร้ายตัวผมเองให้รู้สึกผิด

คืนหนึ่งผมจำเป็นต้องไปลงงานแล้ว ผมเหน็บปืนพกไปหนึ่งกระบอก และมีดคู่ใจหนึ่งเล่มก็มีดทำครัวธรรมดานี่แหละ ผมลอบเข้าไปในบ้านเป้าหมายของผมซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวรามอินทรา สมัยนั้นไม่มีหรอกกล้องวงจรปิดแบบสมัยนี้ ทำอะไรก็ง่ายไปหมด ผมใช้กุญแจผีไขประตูหน้านี่แหละง่ายดี ด้านล่างไฟดับอยู่แปลว่าไม่น่ามีคนเพราะไฟข้างบนเปิดอยู่ บอกให้รู้ได้เลยว่าอยู่ห้องไหน ง่ายดีจริงๆ ผมเดินขึ้นไปชั้นสองและไปที่ห้องของเป้าหมาย ผมเอาปืนพกขึ้นจ่อที่เป้าหมายทันทีเพื่อไม่ให้มันขยับและส่งเสียง…

ถ้ามีแต่เป้าหมายมันก็ดีน่ะสิ แล้วอีแก่ที่นอนป่วยบนเตียงนั่นใครวะ ชิบหายล่ะสิ ในหัวผมมันมโนขึ้นมาถึงแม่แก่ๆของผมที่นอนอยู่ในสลัมที่ซอยหมอเหล็งแถวราชปรารภเลย

ไอ้เสี่ยรับเหมาล้มทั้งยืน แก้วน้ำในมือมันหล่นแตก น้ำกระจายเต็มพื้นห้อง ผมรับรู้ได้ถึงความกลัวของมันได้ทันที อีแก่ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของมันนอนนิ่งไม่ได้หันมามองผมสักนิดราวกับผมไม่มีตัวตนเป็นแค่ลมมรณะที่พัดเข้ามาในบ้าน ไอ้เสี่ยมันยกมือไหว้ผมหลับตาปี๋ราวกับผมเป็นภูติผีเจ้ากรรมนายเวรของมัน ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆมัน

“ใครจ้างพี่มา อย่าทำผมเลย ผมต้องเลี้ยงแม่ผมอีก ผมให้เงินพี่เพิ่มก็ได้ แค่อย่าทำผม”

ผมไม่ได้สนใจสิ่งที่มันพูด ซึ่งผมจะรับเงินแล้วปล่อยมันไปก็ได้ แต่มันจะซวยผมน่ะสิ ไอ้เสี่ยคุดตัวนั่งตรงพื้นข้างเตียงใกล้แม่มัน

“หันหลังเดี๋ยวนี้” ผมสั่ง

มันหันหลังแต่โดยดี จากนั้นผมหยิบหมอนมากดหัวมันลงพื้นแล้วแล้วเอาปืนจ่อ ร่างมันสั่นเหมือนคนชัก เยี่ยวราดออกมาน่าสมเพช ผมใช้ปืนกดลงตรงหมอนให้แน่นกันเสียงดัง

“ยิงลูกป้าแล้วก็ยิงป้าด้วยนะหนุ่ม”

เสียงแหบแห้งของแม่มันพูดขึ้นมา ผมหันไปมองตาของเธอมองผมคล้ายจะวิงวอนให้ผมส่งวิญญาณเธอไปพร้อมกับลูกเธอ ในหัวผมตอนนี้เริ่มสับสน ผมไม่รู้ว่าไอ้เสี่ยนี่ไปมีปัญหาขัดผลประโยชน์กับใคร แต่ที่เห็นคือมันต้องเลี้ยงแม่มัน แม่ที่ป่วยเหมือนที่แม่ผมป่วยนอนในสลัมเหม็นน่ำเน่าๆ ผมจะทำยังไงดี ปล่อยมันผมตายแน่นอน ใครที่ทำงานไม่สำเร็จก็ต้องโดนตามเก็บ

ผมคลายมือจากหมอนออก ไอ้เสี่ยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมากอดแม่มันไว้ร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ ผมเดินไปที่ปลายเตียงแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งตรงมุมห้อง

“40,000คือค่าตัวคุณ”

เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะหมายความว่ายังไง มันรีบวิ่งไปที่ลิ้นชักหยิบเงินขึ้นมาปึกหนึ่ง มันเป็นแบงค์500ทั้งหมด ดูแล้วรวมๆน่าจะมีประมาณ50,000 มันค่อยๆยื่นให้ผม ผมรับเงินมาใส่ในกระเป๋ากางเกง ผมสั่งให้มันไปยืนตรงแม่มัน

“จำหน้าผมได้ไหม” ผมถาม

“จำไม่ได้ครับ ผมไม่เห็นอะไรเลย” มันตอบ

จากนั้นผมก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนมันกับแม่ ผมยืนอยู่นอกห้องสักพักเพื่อคิดไตรตรองให้รอบคอบว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไงต่อ ผมใช้ความคิดเกือบห้านาที ผมก็เดินเข้าไปในห้องใหม่ คว้าปืนขึ้นมายิงไอ้เสี่ยด้านหลังทันทีโดยที่มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันตายแล้ว จากนั้นผมก็ยิงแม่ที่นอนป่วยของมันเข้ากลางแสกหน้าให้พ้นทุกข์จากโรคที่เป็นอยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าป่วยเป็นอะไร ช่างแม่งไม่เกี่ยวกับกู…

ผมออกมาพร้อมเงิน50,000ฟรีๆ เงินที่จะเอาไว้สร้างตัว เอาไว้รักษาแม่ผม จริงๆผมไม่คิดจะปล่อยให้มันรอดแต่แรกแล้วล่ะ แต่ลองดูเล่นๆเผื่อได้เงินเพิ่ม เออ แล้วมันก็ได้จริงๆ เอาน่ะ อยากน้อยมันสองคนก็ตายแบบไม่รู้ตัวว่าตาย งานผมก็เสร็จ คนจ้างก็ดีใจ วินวินทุกฝ่าย ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้งานรับเหมาเนี่ยมันไม่ขัดแข้งขัดขาใคร หรือประมูลงานตัดหน้ากันรึเปล่า ไม่ก็แย่งหมอนวดกัน โอ้ย สารพัดเรื่องที่คนจะฆ่ากันได้ ช่างแม่งขี้เกียจเอามาใส่ใจ รู้ว่างานจบพอ

นี่ก็แค่เคสๆหนึ่งที่ผมจัดการผ่านมา ครั้งหน้าผมจะเอาเคสอื่นมาเล่าให้ฟังละกันครับ…

แป๊ะ ถนอมมิตร

Previous ArticleNext Article