กีฬา, บทความ

“ คล็อปป์เผยรู้อยู่แล้วว่าต้องชนะ”

“ European night ” หลังจากผลงานพลิกนรกของ ลิเวอร์พูล ด้วยชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 4-0 เหนือคู่แข่งจากต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นอีกครั้งกับคำว่า “ European night ” ก่อนเกมส์ ลิเวอร์พูลขาด 2 ผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกอย่าง ซาล่า และ เฟอร์มิโน่ จนต้องส่ง โอริกี และ ซากีรี่ลงเล่นแทน ทำให้กุนซืออย่าง เจอเก้นซ์ คล็อบป์ ที่ให้สัมภาษณ์ในเชิงจิตวิทยาแนวติดตลกกับนักข่าวว่า “ ตราบใดที่เรามีผู้เล่น 11 คนในสนาม เราจะพยายามกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเราจะจบแค่รอบนี้หรือได้ไปต่อ “

แต่ใครจะคิดว่าสกอร์จะออกมาแบบนี้ ลิเวอร์พูลได้ประตูเร็วเพียงแค่ 7 นาทีแรกจากการที่ โอริกิ ตามซ้ำลูกยิงของ เฮนเดอซัน ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 หลักจากนั้น เกเก้นเพรซซิ่งก็ทำงาน แต่ทำงานชนิดที่ว่ากำลัง คูณ 2 นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนวิ่งไล่บีบพื้นที่เข้าถึงเร็วกว่าปกติ ทำให้นักเตะบาร์เซโลน่าแต่ละคนเล่นไม่ออกโดยเฉพาะในแนวรุก ยิ่งเด็กเก่าทั้ง 2 คนของลิเวอร์พูลอย่าง ซัวเรซ และ คูตินโย่ นี่แทบจะหายไปจากเกมส์ไม่มีบทบาทอะไรเลยนอกจากเคาะบอลไปมา จนจบครึ่งแรก ครึ่งหลังลิเวอร์พูลต้องมาเสีย โรเบิร์ตสัน ที่มีอาการบาทเจ็บกวนช่วยปลายครึ่งแรกจากจักหวะปะทะกับซัวเรซ คล็อบป์ จัดการส่ง ไวจ์นัลดุม ลงมาแทนแล้วขยับ มิลเนอร์ ลงไปเป็น แบ็กซ้าย ทำให้กลางของลิเวอร์พูล มีพลังในการไล่บดขยี้ไล่บี้คู่แข่งหนักกว่าเดิม จนนาทีที่ 54 เทรนท์ ตัดบอลได้จาก อัลบา แล้วลากไปครอสริมเส้น บอลแฉลบมาเข้าทาง ไวจ์นัลดุม ยิงรอดตัว สเตเก้น เข้าไปลิเวอร์พูลนำ 2-0 หลังจากนั้นอีกแค่ 2 นาที ลิเวอร์พูลทำให้แฟนๆบาร์ซาต้องช็อคตาตั้ง !!! ชากิรี่ บรรจงครอสบอลจากด้านข้างให้ ไวจ์นัลดุม ขึ้นโขกเน้นๆ ถึงตรงนี้สกอร์รวม 2 นัดกลับมาเสมอกันที่ 3-3 หลักจากนั้น คล็อบป์ สั่งให้เด็กในสนามผ่อนการเพรซซิ่งลงเล็กน้อยใช้การบีบพื้นที่มากขึ้น และอาศัยจังหวะตัดบอลสวนกลับเร็วมากขึ้น จนนาทีที่ 79 มาได้เตะมุม และด้วยไหวพริบหรือความเจ้าเล่ห์ของ เทรนท์ ที่ทำท่าจะไม่เตะมุมแล้วเดินหนีออกมาให้ ชากิรี่ไปเปิด แต่ที่ไหนดันวิ่งกลับตัวเปิดเร็วให้ โอริกี ที่ยืนโล่งอยู่คนเดียวซัดจ่อๆผ่าน สเตเก้นเข้าไปลิเวอร์พูลนำ 4-0 หลังจากนั้นทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมส์ ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 !!!

ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงมนต์ขลังของ ” European night “อีกครั้งหลังจากที่เคยทำมาแล้วกับการ พลิกชนะจุดโทษในนัดชิง Champion league กับเอซี มิลาน ในปี 2005 และ พลิกแซง ดอร์ทมุน เข้ารอบ Europa league ในปี 2016

จนขนาดนักเตะระดับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์ วิเคราะห์ทางบีบีซี หลังเกมว่า ” ผมเล่นที่แอนฟิลด์ หลายครั้ง มันกดดันนะครับ แต่ไม่เคยเห็นอะไรมันกดดันมากมายเหมือนเกมนี้ บาร์ซ่าเล่นบอลไม่ได้เลยครับ มันคืออาถรรพ์จากเสียงเชียร์ที่เปลี่ยนเป็นพลังให้นักเตะลิเวอร์พูล!!! ” นี่แหละพลังแฝงของ “ European night ” ที่สร้างเรื่องเหลือเชื่อในเกมฟุตบอลให้เกิดขึ้นที่ Anfield อีกครั้ง… YNWA

เขียนโดย
iPLaZ

Previous ArticleNext Article